MrChoke.Org

Year: 2010 (page 1 of 2)

IOS4.2.1 กับ Ubuntu

หลายคนที่ใช้ iPhone และ ใช้ Ubuntu หรือ Linux ค่ายอื่นหลังจากที่ได้ upgrade เป็น iOS4.2.1 ซึ่งเป็น OS ล่าสุดของ iPhone ก็จะพบว่าไม่สามารถที่ mount ได้ตามปกติ ผมก็พบปัญหาดังกล่าวมาสักพัก วันนี้ลองค้นหาข้อมูลดูก็พบวิธีแก้ไขดังนี้

ก่อนอื่นให้ ลบ ข้อมูลเก่าทิ้งก่อนดังนี้

 $ rm -rf ~/.config/libimobiledevice

ตรงนี้ผมนั่งหาอยู่ตั้งนานเพราะถึงแม้จะ upgrade ตัว libimobiledevice แล้วก็ไม่สามารถ mount ได้อยู่ดีเพราะมันจำข้อมูลเก่าอยู่

หลังจากนั้นให้ทำการ upgrade ตัว lib ต่างๆ เป็นตัวล่าสุด

$ sudo add-apt-repository ppa:pmcenery/ppa
$ sudo apt-get update
$ sudo apt-get dist-upgrade

หลังจากนั้นก็ลองเสียบ iPhone เข้าไปใหม่ก็จะใช้ได้ตามปกติครับ

ร่วมโครงการ OpenStreetMap.Org

สือเนื่องจากการชักนำของพี่เทพให้เข้าร่วมโครงการ OpenStreetMap.Org (OSM) ซึ่งเป็นโครงการแผนที่แบบเปิด พูดง่ายๆ ก็คือร่วมมือการวาดแผนที่กันซึ่งในต่างประเทศเขาก็วาดกันมานานแผนที่ค่อนข้างสมบูรณ์ และละเอียดทีเดียว แต่ในเมืองไทยยังเป็นแค่กลุ่มเล็กๆ เท่านั้นก็มีหลายคนที่วาดกันมานานแล้วส่วนใหญ่ก็เป็นฝรั่งเช่นกันเช่นที่ขอนแก่นแผ่นที่สวยและละเอียดมาก อาจจะเป็น Map ตัวอย่างก็ว่าได้ในตอนนี้ และผมก็ได้สร้างกลุ่มขึ้น facebook ชื่อว่า Thai OpenStreetMap ทำให้ทราบว่าทีคนไทยที่วาดอยู่ก่อนหน้านี้ด้วยก็ดีใจครับ ใครสนใจร่วมวงเพื่อวาดแผนที่ในครั้งนี้ก็สามารถเข้าไปแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ที่ http://www.facebook.com/group.php?gid=107441312638800&ref=mf

สำหรับ blog นี้ผมขอแนะนำ App บน iPhone สำหรับการ Mark จุดสถานที่ต่างๆ (POI) ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบ Mark ที่ต่างๆ อยู่แล้วซึ่งมีประโยชน์ด้วย อาจจะ Mark รอบๆ ที่พัก ตลาด หรือเวลาเดินทางไปเที่ยวก็สามารถ Mark จุดสำคัญๆ เก็บไว้วันหลังอาจจะได้ใช้ประโยขน์เองด้วยและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วย

App ตัวนี้ชื่อว่า OpenMaps Free มันมีสองตัวนะตัวขายกับตัวฟรี ใช้ตัวฟรีก็พอตัวขายก็เพิ่มเรื่องการค้นหาเส้นทางขึ้นมา ก็ติดตั้งจาก App Store โดยค้นหาด้วยคำว่า OpenMaps ตรงๆ เลยครับเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วก็เรียกใช้งานเริ่มกันเลย

เลือกเปิด App จาก Icon เหมือนรูปข้างล่าง


เปิดขึ้นมาครั้งแรกอาจจะหน้าตาไม่เหมือนกับของผมนะครับเพราะผมข้ามขั้นมาหลายขั้นเลยทีเดียวแต่ก็ขอให้สังเกตุก็อาจจะตามได้ไม่อยากหน้าตาจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้ ให้ดูรูปข้างล่างประกอบนะครับ
  1. ปุ่มค้นหา สามารถค้นหาสถานที่ต่างๆ ได้
  2. (2 บนขวา ตีตัวเลขซ้ำกัน) ปุ่มคำสั่งเพิ่มเติมปกติก็ใช้ปุ่มสี่มุมนี้แหละนานๆ จะเข้าไปใช้สักครั้ง
  3. (2 ล่างซ้าย ตีตัวเลขซ้ำกัน) ปุ่มตำแหน่งปัจจุบันของเราค้นหาจาก GPS
  4. (3) ปุ่ม Mark จุด ใช้สำหรับ Mark จุดที่อยู่ ณ ปัจจุบัน
  5. (4) แสดงตำแหน่งปัจจุบัน ตรงนี้ให้สังเกตุถ้าวงกลมมีขนาดใหญ่โอกาสที่จะ Mark ผิดพลาดจะสูง ดังนั้นก่อนจะ Mark ก็รอให้วงกลมมขนาดเล็กที่สุด
  6. (5) จุดที่ปักไว้ก่อนหน้านี้


หากต้องการลบจุดที่ Mark ไว้ทำได้โดยการใช้นิ้วกดที่หมุดค้างไว้ (1) ก็จะปรากฎปุ่มกากบาท (2) ขึ้นมาก็ใช้นิ้วอีกนิ้วกดลบครับ รูปล่าง



เมื่อกดปุ่ม Mark จุดหรือปักหมุดแล้วก็จะขึ้นหมุดใหม่ขึ้นมา และมีแถบข้อมูลขึ้นมาที่หัวหมุดดูรูปล่าง ก็ให้เลือกที่ลูกศรสีฟ้าเพื่อดำเนินการต่อ



เมื่อเข้ามาก็ให้เลือกเครื่องหมายบวกด้านบน (1) เพื่อทำการเพิ่มจุดนี้ไปยัง OpenStreetMap.Org จุดนี้ในครั้งแรก App จะทำการเชื่อมต่อกับเว็บ OpenStreetMap.Org ก่อนคือเราต้องมี Account ที่ OpenStreetMap.Org เมื่อเชื่อมต่อได้แล้วครั้งต่อไปก็ไม่ต้องดำเนินการอีกสามารถ add ได้ทันที ในรูปผมไม่ได้จับขั้นตอนนี้มา



เมื่อกดปุ่ม + ก็จะมีการ confirm อีกครั้งว่าแน่ใจว่าตำแหน่งถูกต้องแน่นะ ถ้ามั่นใจแล้วก็ Add ไปเลยครับ ดูรูปด่านล่าง



การ Add tag(s) ทำได้สองวิธีคือ

  1. add จากที่ App จัดไว้ให้เป็นหมวดที่ใช้บ่อยๆ แต่ไม่มีทั้งหมด
  2. add tag(s) เข้าไปเองในกรณีที่ไม่ในข้อ 1 ตรงนี้สามารถระบุได้ละเอียดกว่าแต่เราก็ต้องรูปว่าค่าต่างๆ มีอะไรบ้าง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://wiki.openstreetmap.org/wiki/Map_Features


ภาพข้างล่างเป็นตัวอย่างการ add จาก tag(s) ที่มีอยู่แล้ว ผม add ร้านอาหารก็ทำได้ดังนี้





เมื่อเลือกได้แล้วก็จะขึ้น form ให้กรอกเพิ่มเติมแต่ละ tag มันจะมีค่าต่างๆ ไม่เหมือนกัน อันนี้เป็นร้านอาหารก็ให้เพิ่มค่าต่างๆ เช่น ชื่อ เวลาเปิดปิดร้านเป็นต้น ดูรูปด้านล่าง






เมื่อป้อนเสร็จก็จะได้ค่าดังรูปด้านล่าง ถ้าต้องการเพิ่มอีกก็เลือกแบบใส่ tag(s) เอง



ตัวอย่างผม add tag เพิ่มเข้าไปเป็น tag name:en และ name:th ซึ่งเราสามารถใส่ชื่อระบุเป็นภาษาเข้าไปได้




เมื่อแน่ใจว่าครบถ้วนแล้วก็ให้กด Save ด้านบนขวารอจนมีการแจ้งเตือนว่า save เรียบร้อยแล้วซึ่งจะขึ้นเตือนตรงมุมล่างขวา แต่บ่อยครั้งที่จะเกิด Error popup ขึ้นมาก็ให้ save ใหม่จนสำเร็จ เพราะถ้าเราไม่ save ค่าต่างๆ จะหายไป สำหรับจุดที่เราเพิ่งจะเพิ่มเข้าไปจะไม่ปรากฎในแผนที่ทันทีนะครับต้องรอประมาณ ครึ่ง – หนึ่ง ชม.



ถ้าเกิดเราอยากจะแก้ไขจุดที่เราเคย Save ไปแล้วก็สามารถทำได้เช่นกันโดยเลือกที่หมุดนั้นแล้วกด ลูกศรสีฟ้าก็จะขึ้นข้อมูลเก่าขึ้นมาเหมือนรูปด้านล่าง



ถ้าต้องการแก้ไขก็เลือกปุ่ม Edit ตรงมุมขวาบน Edit เสร็จก็ Save



บางครั้ง Map ไม่ยอม update ก็ให้แก้ไขด้วยการเข้าไป clear cache ตามรูปด้านล่าง




เขียนแบบรวดเร็วมากพอเป็นแนวทางนะครับศึกษาเพิ่มเติมกันได้แล้วเจอกันใน Group นะครับ

ประชาธิปไตยบนกองเพลิง

ประชาธิปไตยบนกองเพลิง

ฤา ประชาธิปไตย คือไฟกล้า
โหม ท่วมหล้า ปกฟ้า นภาสวรรค์
โหม กรุงเทพฯ เมืองฟ้า นภาวรรณ
โหม เขตขันธ์ เหยียบใจไทย ไม่เหลือดี

ฤา เราข้าม สิ่งควร มองผองไทยนั้น
โหม ห่ำหั่น ความเกลียด ที่เสียดสี
โหม เข้าไป จนใจเบียด เครียดล้นปรี่
โหม วิธี อันป่าเถื่อน เหมือนพนา

ฤา กลียุค ทุกข์เข็ญ ของไทยชาติ
โหม วิปลาส สาดกระเซ็น เห็นควันหนา
โหม รุก ปลุกปั่น ทั้งพารา
โหม วิญญา ดาวดิ้น สิ้นกองเพลิง..
20 May ’10
ศุภโชค
“ไทยย่ำยี ราวีบ้าน หักหาญกัน”

ปล. มันไม่ครบจบไม่ลง….

 

ธรรมะกับการเมือง: ความเป็นทาสทางสติปัญญา

ถ้ามีเวลาก็คงนั่งคิดลอกบางส่วนของหนังสือเรื่อง “ธรรมะกับการเมือง” ของท่านพุทธทาส มาลงเรื่อยๆ สำหรับ blog นี้ผมขอคัดในหัวข้อ “ความเป็นทาสทางสติปัญญา” ซึ่งท่านได้แยกเป็นสองส่วนคือ ความเป็นทาสทางสติปัญญาฝ่ายศาสนา และ ความเป็นทาสทางสติปัญญาฝ่ายโลก ลองอ่านและทำความเข้าใจกันดูนะครับเผื่อจะได้นำมาสร้างสรรค์บ้านเมืองเราให้ดีขึ้นมาบ้าง



ความเป็นทาสทางสติปัญญา

ความเป็นทาสทางสติปัญญาฝ่ายศาสนา

เพราะเราไปเห็นเรื่องชาวบ้าน เรื่องเมือง เรื่องปาก เรื่องท้อง เราก็ไม่ได้สนใจกับเรื่องศาสนา มันก็ยิ่งกว่าสูญเสียอิสรภาพ คือไม่ได้คิดนึกหรือต้องการที่จะมีอิสรภาพ

เรากำลังไม่มีอิสรภาพ ไม่มีเสรีภาพหรือไม่มีสมรรถภาพอะไรก็แล้วแต่จะเรียกในด้านความคิดนึก ที่เกี่ยวกับความคิดนึก; เพราะเรามันถูกทำให้เป็นทาสทางสติปัญญา

เรื่องนี้ผูดไปก็อันตรายเหมือนกัน แต่ก็ต้องพูดบ้าง คือว่าความงมงายทั้งหลายที่รับถ่ายทอดกันมา อย่างที่เรียกว่าประเพณีนิยม; นี้ก็มีอยู่บางอย่าง หรือบางส่วน ที่ทำให้หมดอิสรภาพในเรื่องใช้สติปัญญา แม้ในทางศาสนา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าเรื่องการเมือง พุทธบริษัทเรา ถ้าตกไปในความงมงานเท่าไรก็สูญเสียอิสรภาพทางสติปัญญาเท่านั้น

ความงมงายนี้มีหลายสิบ หลายร้อย รูปแบบ หรือชนิด ไปดูเอาเอง อย่าต้องออกชื่อ มันกระทบกระเทือน; ใครรู้ของใครมองเห็นของตัวเองแล้ว ก็ พยายามทำลายสิ่งที่กีดกันอิสรภาพเสรีภาพของความคิดนึกให้เราได้มีความคิดนึกที่เป็นอิสระ แม้แต่ การศึกษาธรรมะ หรือ การปฏิบัติธรรมะ ก็ควรจะเป็นอิสระ เราจึงก้าวหน้าทางการศึกษา และ ทางการปฏิบัติธรรมะ และมีหวังที่จะบรรลุมรรค ผล นิพพาน ถ้าเราติดตังอยู่ที่ความงมงายนี้แล้ว มันก็ไม่มีหวังที่จะก้าวหน้าไปตามทางของมรรค ผล นิพพาน

นี่ เรื่องใหญ่หลวงของพุทธบริษัท คือความไม่มีอิสระภาพในการใช้ความคิดนึก เลือกเฟ้น; อย่างที่เรียกโดยชื่อว่า ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์, ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์-การเลือกเฟ้นธรรมซึ่งเป็นองค์แห่งการตรัสรู้

วันนี้ไม่ได้ต้องการจะพูดเรื่องศาสนา แต่โดยเหตุที่มันเกี่ยวข้องกันอยู่กับการเมือง คือ พุทธบริษัทเรา ไม่เป็นอิสระ แม้แต่ในวงการของเรา การศึกษา หรือ การปฏิบัติที่เกี่ยวกับธรรมะแล้วตจะเอาปัญญาไหนไปอิสระ ในการที่จะวินิจฉัยเกี่ยวกับการเมือง จึงได้ดึงสิ่งที่เรียกว่าการเมืองเข้ามา, ชี้ให้เห็นว่า เป็นอันเดียวกันกับสิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ เพื่อว่าจะได้แสวงหาอิสระตามธรรมชาติ มันเป็นอิสระที่แท้จริง มันจะมีอิสระทั้งทางศาสนา และ ทางอื่นๆ รวมทั้งทางการเมืองด้วย

ที่ยกมาเปรียบเทียบนี้ มันเหมือนกับด่า; ขออภัย คือว่าแม้แต่ในวงการของตัว คือทางศาสนา ก็หาอิสรภาพ เสรีภาพ ในการใช้สติปัญญานี้ไม่ได้เสียแล้ว; แล้วทำไมจะไปมีอิสระภาพในการใช้สติปัญญา ในทางการเมือง ดังนั้น ต้องทำตนให้เป็นคนกล้า กล้าหาญ แล้วก็มี อิสรภาพในการพินิจพิจารณา โดยไม่ต้องกลัวขนบธรรมเนียมประเพณี ที่จะมามองดูกันเดี๋ยวนี้ว่าการเมืองนั้นมันคือธรรมะ

ก็ได้บอกมาแล้วว่า คำพูดที่พูดออกไปว่า การเมืองคือธรรมะ นี่พวกนักการเมืองสมัยใหม่เจี๊ยบเลย เขาก็จะหาว่าบ้า, หาว่าคนพูดมันบ้า ที่พูดว่า การเมืองคือธรรมะ; เพราะเขาไม่รู้จักคำว่า ธรรมะ ทีนี้อุปัชฌาย์อาจารย์ของเราก็จะหาว่าบ้า; ถ้าผู้พูดเป็นเด็ก บางที่ก็จะถูกเขกกระบาลด้วย ที่ไปพูดว่าการเมืองมันคือธรรมะ นี่เพราะว่า เขาไม่มีอิสรภาพ เสรีภาพที่จะมอง นี้ก็จะต้องดูกันเสียใหม่ ให้มันถึงความจริง หรือถึงข้อเท็จจริงเสียก่อน ว่าธรรมะมันคืออะไร ว่าการเมืองคืออะไร โดยที่มีอิสระเสรีในการที่จะดู หรือจะใช้สติปัญญานั้นแหละ

ความเป็นทาสทางสติปัญญาฝ่ายโลก

ทีนี้จะมาดูอีกทางหนึ่ง ความเป็นทาสสติปัญญาในทางโลก อย่าลืมว่าเมื่อตะกี้เราพูดแต่ความเป็นทาสทางสติปัญญาในฝ่ายศาสนา ทีนี้มาดูในทางฝ่ายโลกกันบ้าง ว่านักการเมืองในประเทศไทย มันเป็นทาสทางสติปัญญาของพวกนักการเมืองต่างประเทศ หรือพวกฝรั่งกี่มากน้อย; เพราะว่ามันไปเรียนการเมือง เรียนอะไรที่เกี่ยวกับการเมืองมาจากเมืองนอก ปริญญายาวเป็นหาง หางยาวเท่าไร คิดว่ามันจะเป็นทาสทางสติปัญญามากเท่านั้น ระวังให้ดี

ยิ่งเรียนเข้าไปมาก ยิ่งหลวมตัวเข้าไปมาก ยิ่งหลับหูหลับตา เชื่อเข้าไปมาก มันก็เป็นทาสทางสติปัญญามาก; ฉะนั้นนักการเมืองหรือนักศึกษาการเมืองพวกนี้แหละ ที่จะโห่เราว่าบ้าในเมื่อพูดว่า การเมืองคือธรรมะ, ถ้าเราตัดหางทิ้งเสียบ้าง เขาคงจะโห่น้อยลง, คือมามองดู เรื่องของพุทธบริษัทเสียบ้าง มองดูธรรมชาติอันลึกซึ้งบ้าง; แล้วก็มองเห็นข้อเท็จจริง อันนี้ ว่า การเมืองนั้นคือธรรมะ

จะให้พูดอีกสักกี่สิบครั้ง หรือกี่ร้อยครั้งก็ยังพูดได้ ยังมีเหตุผลอีกมากมายเยอะแยะ พูดกันอีกสัก 100 ครั้ง ก็ได้ ซึ่งล้วนแต่พิสูนจ์ให้เห็นว่า การเมืองน่ะมันคือธรรมะ ในความหมายที่ถูกต้อง ไม่ใช่ความหมายแคบๆ ตื้นๆ ของคนที่ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าธรรมะ เต็มตามความหมายของคำนี้

ถ้าจะอิสรภาพทางสติปัญญา ในเรื่องทางการเมืองก็ต้องคิดกันเสียใหม่ ไปปรับปรุงกันเสียใหม่, แล้วการเมืองก็จะหมุนมาในทางชื่อตรง และ สุจริต โลกนี้ก็จะมีสันติภาพได้ เดี๋ยวนี้ในประเทศเรา ก็หาผลอันเป็นสันติภาพจากทางการเมืองไม่ได้ มีแต่ความขัดแย้ง ซึ่งเป็นสิ่งเสนียดจัญไรที่สุด; โดยเฉพาะความขัดแข้งทางการเมือง มีแต่จะทำลายประเทศชาติ ถ้ารู้จริงถึงความจริงข้อนี้ จะไม่เกิดความขัดแย้ง, เพราะมันมีจริงเพียงสิ่งเดียว จึงอยากจะให้มีเสรีภาพ หรืออิสรภาพ รวมทั้งสมรรถภาพในการวินิจฉัย, หรือว่าในการที่จะรวบรวมมาวินิจฉัยว่าอะไรเป็นอะไร

ถ้าเรา ไปติด ไปยึดในตำราในทฤษฎี ในอดุมคติ แนวไหน สายไหนเสียแล้ว เราไม่มีทางที่จะไปรวบรวมอันอื่นมาวินิจฉัย เพราะเราเป็นทาสทางสติปัญญาของทฤษฎีสายนั้นเสียแล้ว; แล้วก็ชอบยึดมั่นในสิ่งที่เรียกว่าปรัชญา คือปรัชญาทางการเมือง สายนั้น สายนี้ แขนงนั้น แขนงนี้ ของคนนั้น คนนี้; และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีทางที่จะรวบรวมเอาความจริงของธรรมชาติ คือความหมายของคำว่า “ธรรม” ทั้ง 4 ความหมายนั้นมาพิจารณาดู

การแสดงออกทางการเมือง #fb

ไม่ได้ blog เกี่ยวกับการเมืองซะนานเลยช่วงนี้มันอดไม่ได้จริงๆ ก็บันทึกไว้สักหน่อย blog แรกคงเขียนถึงเรื่องใกล้ตัวก่อนเนื่องจากผมเล่น facebook อยู่เป็นประจำอยู่แล้วก็เลยขอกล่าวถึงการแสดงออกทางการเมืองผ่าน facebook สักหน่อย ตอนนี้ก็มีการรวมกลุ่มกันเพื่อแสดงท่าทีต่อเรื่องการยุบสภาหรือไม่ ซึ่งทั้งสองฝั่งความคิดก็ได้มีการสร้างหน้า สร้างกลุ่ม กันเยอะพอสมควร ผมขอเอาทั้งสองฝ่าย คือเลือกเอามาเฉพาะหน้า หรือ กลุ่มที่มีจำนวนคนเยอะที่สุดของทั้งสองฝั่งมาให้เลือกเข้าไปแสดงความเห็นกันได้ทั้งสองฝ่ายนะครับ

ยุบสภา


ไม่ยุบสภา

ถ้ามีกลุ่มอื่นที่มากกว่านี้ก็ต้องขออภัยนะครับผมหาเจอเท่านี้

ปล. การแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และ ความเชื่อทางการเมืองเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลไม่ควรก่อให้เกิดความบาดหมางใจกันในกลุ่มเพื่อน กลุ่มญาติ เลยนะครับมันน่าหดหู่เกินไป ใครเชื่อยังไงก็ให้ดำเนินการไปตามความเชื่อของตนเองพิสูจน์ให้สังคมเห็นให้สังคมยอมรับและที่สำคัญไม่ล่วงละเมิดสิทธิของคนอื่นด้วย เห็นแตกต่างกันแต่เรายังเป็นเพื่อน เรายังเป็นคนไทยเหมือนกัน

Olderposts

Copyright © 2016 MrChoke.Org

Theme by Anders NorenUp ↑