MrChoke.Org

Month: June 2005 (page 1 of 5)

ครบรอบสามเดือน

ครบรอบสามเดือนสำหรับการบริจาคเลือด กลุ่มผมสามคน มีเจ้าหิน เจ้านุก และ ผม ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่เราก็จะไปก็ไปบริจาคเลือดกันสม่ำเสมอ วันนี้ผมไปกับเจ้านุกแค่สองคนเพราะเจ้าหินถอนฟัน และ กินยาแก้อักเสบเลยไปไม่ได้ แต่พอไปถึงผมผ่านคนเดียวเพราะเจ้านุกความเข็มของเลือดไม่พอนอนน้อยไป ผมเองก็เกือบไม่ผ่านเพราะความดันมันสูงไป สงสัยแดดมันร้อนจอดรถไกลกว่าทุกครั้งด้วยเดินไกลหมอวัดซ้ำๆ ตั้งหลายรอบแขนห้อเลือกเลยเรา.. บริจาคไป 450 ml ใช้เวลา 4.38 นาที มีเครื่องชั่งเครื่องวัดด้วยคราวนี้เลยจดสถิติไว้ เพราะเราจะแข่งกันทุกครั้งอยู่แล้วว่าใครแรงกว่ากัน ฮ่าๆ เจ้าหินมักจะบ๊วยเสมอเพราะเลือดเข้มข้น ผมนี่เข้าวินก่อนใครเพื่อนเพราะมันแรงเสมอ ตอนเย็นเลิกงานเลยสลบไปโดยไม่รู้ตัวเตื่อนมาสองทุ่มได้มั้ง..

ปิด หรือ ย้าย..

ได้โอกาสจริงๆ แล้วครับที่จะปิด Space แห่งนี้ โดยผมจะย้ายที่บ่นไปรวมใน Website ส่วนตัวของผมเพียงที่เดียวขี้เกียจไปหลายที่แล้วละครับ ต่อไปคงบ่นเรื่องไร้สาระน้อยลง ถ้ามีโอกาสหัวใจเปลี่ยนสีอีกเมื่อไหร่จะมาใช้บริการ Space แห่งนี้อีกครับ เนื้อหาเก่าๆ ยังอ่านกันได้นะครับ …เลื่อนลงไปด้านล่างเลย..

ย้ายไปที่ www.MrChoke.Org

อ่าน "นิยามความรัก" ของผมได้ทั้ง 3 ภาคที่นี่ครับ

– ภาคที่หนึ่ง
– ภาคที่สอง
– ภาคที่สาม
เดือนหน้าที่จะถึง.. เป็นเดือนที่ใครสามคนเกิดน่าแปลกจัง…ต้นเดือน (1) กลางเดือน (21) และ ก็ปิดท้ายด้วยปลายเดือน (30) มีความสุขมาก…เด้อ บาย บาย

บทสรุป..

จริงๆ แล้วตั้งใจไว้ว่าว่างๆ ค่อยมาสรุปภาคสาม ให้จบ แต่เปลี่ยนใจวันนี้ให้มันจบซะเลยปล่อยไว้นอนไม่ได้ปิดซักที…หลายคนขี้เกียจอ่านเพราะมันยาว..ไม่เป็นไรครับผมไว้อ่านเวลาโตขึ้นกว่านิยามความคิดอาจจะเปลี่ยนไปอีกก็ได้

บทสรุป

ความรักในมุมมองของผมผมขอสรุปตามเนื้อหาและสิ่งที่ผมเจอมามันอาจจะไม่ครอบคลุมนักแต่มันคือมุมมองๆ หนึ่งนะครับ ผมขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

ความรักคือความพึงพอใจ คำนี้ทำให้ผมนึกถึงคำว่า คุณภาพ สมัยเรียนคุณภาพมันมันมีระดับไม่เท่ากันในแต่ละคน กลุ่มคน หรือ สังคม ดังนั้นเวลาจะซื้อของมาชิ้นหนึ่งเรารู้สึกว่ามันมีคุณภาพเราพอใจมาก แต่ถ้าให้อีกคนมองอาจไม่มีคุณภาพก็ได้ เหมือนกับความรักเลยนะผมเลยยกให้ข้อนี้มาเป็นอันดับแรก ความรักที่แท้จริงคือความพึงพอใจของคนสองคน…

ความรักคือความเข้าใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก "รักอย่างเดียวมันไม่พอ" ความรักไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งดีขึ้นถ้าเราไม่เข้าใจซึ่งกันแหละกัน ความรักไม่ใช่การปรับตัวเข้าหากันในมุมมองผม แต่ความรักคือการยอมรับในพฤติกรรมของคนที่คนรักได้หรือไม่ต่างหาก เพราะนั้นคือตัวตนที่แท้จริงของเขา การเปลี่ยนตัวเองไม่ใช่ทางออกสำหรับความรัก แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยนะครับถ้าเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมันเป็นอะไรที่น่ายกย่องเหมือนกัน… ดังนั้นก่อนจะตกลงปรงใจหรือก่อนจะเรียกมันว่าความรัก คนต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า สิ่งที่เขาทำให้เราไม่สบายใจในวันนี้ถ้าเขายังทำแบบนี้ไปอีกสัก 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี ณ ตอนนั้นเรายังจะรับได้ไหม.. แล้วสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ในเวลาเดียวกันเขาจะรับเราได้ไหม…เพราะอะไรๆ ณ เวลาที่แรกรักกันนั้นมันสามารถมองข้าม และให้อภัยได้เสมอ…

ความรักคือการให้อภัย เรื่องราวระหว่างคนสองคนมันคือการเดินบนเส้นทางที่ต้องการเหตุผล ความคิดเห็น และ การกระทำ แต่สิ่งเหล่านี้อาจไม่ลงรอย หรือ ไม่เหมือนกันบ้าง ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงเรื่องราวใหญ่โตก็ได้.. มันมีหลายเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใคร ดังนั้นเวลาเกิดปัญหาสิ่งที่ดีที่สุดคือเหตุผล ความจริง และ การให้อภัย แต่ก็ต้องให้เกิดซ้ำน้อยที่สุดนะครับ การทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า มันไม่ดีแน่นอน การอธิบายความจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่าย่อมทำให้ฝ่ายที่คอยอธิบายรู้สึกน้อยใจได้เหมือนมันเหมือนกับการไม่ไว้ใจอย่างหนึ่ง การให้อภัยมันเหมือนกับการบอกคนที่เรารักว่า ฉันไว้ใจเธอนะ ฉันไว้ใจว่าต่อไปมันคงไม่เกิดขึ้นอีก ฉันไว้ใจว่าครั้งนี้เธอไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น

ความรักคือความซื่อสัตย์ ความรักไม่ใช่การแสดงละคร ต่อหน้าและลับหลังเราเคยบอกว่ารักแบบไหนมันควรจะเหมือนกันตลอด หลายคนพยายามแสดงให้อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่า ฉันเป็นคนดีของเธอนะ ฉันทำให้เธอได้ทุกอย่าง แต่เมื่อลับหลังกลับทำกับคนอื่นเหมือนกัน…คนรักกันมันไม่จำเป็นต้องดีเลิศเลอที่สุด คนรักกันต้องเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งการกระทำและความคิด การแสดงออกว่ารักมากมาย แต่ความคิดไม่ได้อยู่ที่จุดเดียวกันมันยากที่จะเป็นความรักที่แท้จริงขึ้นมาได้ ดังนั้นความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และ ต่อคนที่คุณรัก และ รักคุณเป็นดีที่สุด (ไม่ใช่ความโง่นะ)

คงสรุปแค่นี้แล้วกันครับ แต่ขอทิ้งท้ายด้วยสิ่งที่มีผลทางลบต่อความรักกันอีกสักนิด

การเรียกร้อง การเรียกร้องขอสิ่งต่างๆ ไม่ได้ทำให้เขารักเรามากขึ้นรังแต่จะสร้างความแตกร้าวได้ง่ายขึ้น แม้กระทั่งการร้องขอความรัก… สิ่งต่างๆ ที่เรากระทำควรหลีกเลี่ยงการหวังผลตอบแทนเพราะมันจะทำลายความรู้สึกของเราเอง…

การแก้แค้น (เสมอภาค) ความคิดที่ว่าเราสองคนเสมอภาคเธอทำได้ฉันก็ทำได้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยเช่นกันในคู่รัก ความรักมันไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะอยู่แล้ว ดังนั้นจงทบทวนและคิดให้ดีว่ารักเพื่ออะไรเพื่อชัยชนะหรือเปล่า?

– หลุ่มหลง (ความใคร่) เมื่อแรกรัก แยกแยะไม่ออกระหว่างความรักและความใคร่ เมื่อเวลาผ่านไปจะเริ่มเช้าใจว่าสิ่งที่มำให้เขาอยู่กับเราได้มันไม่ใช่ความรัก มันคือความใคร่ และมันก็ทิ้งรอยแผล และคำว่าสายไปไว้เสมอ

– ความโลเล อันนี้ก็ตรงข้ามกับความซื่อสัตย์รักนิรันดิ์เกิดขึ้นไม่ได้ถ้าใจเราโลเล…

จบบริบูรณ์

หางหมูกำลังห้อย…

ช่วงนี้หางหมูกำลังอุดมไปด้วยดินที่พอกพูน ต้องปรับเปลี่ยนวิถีกันอีกครั้งทำงานสองแรง…เหมือนกับที่เคยทำ ดูๆ แล้วชีวิตผมในช่วง 6 เดือนจะมีสองช่วง ไฟแรงสุดๆ ไม่นอนเป็นเดือนก็ได้ และ เหมือนช่วงนี้เรี่ยวแรงหายไปไหนหมด ไม่ได้ตั้งใจแต่มันเป็นแบบนี้จริงๆ สังเกตุที่ผ่านมา ถ้าไม่ผิดช่วงนี้จะเริ่มแล้วละช่วงบ้าพลัง….

วันนี้บอกลา Spaces ของ MSN ไปแล้วเดี๋ยวจะบอกลา Blogger อีกอันมาอยู่ที่นี่แหละเขียนบ้างไม่เขียนบ้าง ต่อไปอยากเขียนเรื่องที่ทำให้มากขึ้นเสียดายเพราะบางอย่างมันลืมเอาดื้อก็มี ต้องมาค้นหากันใหม่เสียเวลา

ปิดฉาก…ไม่ลง

ยังปิดไม่ลงสำหรับ spaces แห่งนี้ได้เขียนเรื่อง Classic เข้าเลยต้องมีต่อภาคสอง…:-)
วันนี้รู้สึกเหนื่อยๆ เศร้าๆ พร้อมๆ กับการเริ่มชีวิตใหม่ด้วยตัวคนเดียวจริงๆ สักที ตัวคนเดียวในที่นี้มันหมายถึง ทั้งร่างกาย และ จิตใจ ต่อแต่นี้ไปจะเริ่มอะไรใหม่ๆ ทำในสิ่งที่อยากทำ (แต่คงไม่ใจดำรวมไปถึงครอบครัวผมนะคนละส่วนกัน) มาต่อกันกับเรื่องมุมมองความรักของผมต่อดีกว่า…

ความรัก ภาคสอง

สำหรับความรักในมุมมองอันแสนจะคับแคบของผมนั้นหรือ.. มันก็ไม่แตกต่างกับความรักน้ำเน่าโดยทั่วไป รักเพราะรัก ช่วงเวลาที่มีความสุขมันแสนจะสั้นนัก แต่เมื่อเวลาเจ็บปวดมันแสนจะยาวนาน นานซะจนปานว่าช่วงเวลานี้มันคือทั้งชีวิตก็ว่าได้.. คิดดูนะครับช่วงเวลาที่มีความรักให้กัน แค่เวลาไม่กี่วัน ไม่กี่เดือน ไม่กี่ปี แต่เมื่อรักจบลงมันใช้เวลามากมายแค่ไหนที่จะลบล้างรอยหนามที่ยอกลึกในความรู้สึก มันทิ้งรอยแผลไว้ตลอดไปซะด้วยซ้ำลองคิดดูว่าคุ้มกันไหม?

อยากเก็บสิ่งดีๆไว้

เป็นคำพูดที่หลายๆ คนใช้ในการคบหากันในช่วงเวลาอันน้อยนิด ความรักเพื่อความสุขเพื่อวันนี้..อนาคตยังมาไม่ถึงไปคิดทำไม…เป็นส่วนหนึ่งของความรักในสังคมนี้ ถ้าให้ถามผมนะเหรอผมแทบไม่นิยามมันว่าความรักด้วยซ้ำ…มันคือ ความใคร่ หรือ หลุ่มหลงมากกว่า…แต่ก็มันแค่มุมมองนะ หลายคนคงค้านในใจ…จริงอยู่คนเราควรให้และรับสิ่งดีๆ แก่กันเพื่อนมิตรภาพมากกว่าเรื่องอื่นใด ลองถามใจตัวเองว่าจริงหรือที่มีความสุขมันสุขจริงหรือแค่ปลอบโยนใจตัวเอง…

ประสบการณ์

ประสบการณ์มันทำให้คนเรารู้จักหลีกเลี่ยง ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม มันควรเป็นแบบนั้น แต่สำหรับความรักแล้วมันเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนแยบยลยิ่งนัก มันจริงหรือที่ประสบการณ์ทำให้ความรักครั้งต่อไปดีขึ้น? ลองคิดตามผมดูนะครับ… ระแวงไม่ไว้ใจกันและกัน เพราะก่อนนั้นเคยเจอประสบการณ์ที่แย่ๆ ประสบการณ์ที่ไม่ซื่อสัตย์ เราเองเคยทำแบบนี้มาก่อนกลัวนะว่าเค้าจะทำกับเราบ้างเหมือนไนอดีต มัวแต่เฝ้าย้ำคิดย้ำทำ หาความสุขไม่ได้เลย..เป็นแบบนี้ไปแล้วประสบการณ์มันช่วยให้ดีขึ้นไหม…แต่ไม่เสมอไปนะครับ ประสบการณ์เหล่านี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกเป็นเรื่องธรรมดาเข้าใจกันก็ได้แต่ก็คงน้อยนะ… อีกเรื่องที่พบบ่อยมากทั้งหญิงทั้งชายนั้นคือ ตัดสินคนทั้งโลกเพราะคนๆ เดียว เคยผิดหวังอย่างโหดร้ายจากชายคนนั้น..คนที่เฝ้าทุ่มเทและยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก แต่เมื่อกลับกลายเป็นว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลยความรักเริ่มเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง เกลียดเขาคนนั้นปานจะกินเลือด พาลไปถึงคนทั้งโลกนี้ว่าเหมือนกันหมด แบบนี้ก็อยู่คนเดียวไปถ้ามีความสุข… แต่มันก็มีอีกด้าน เจ็บแล้วเจ็บอีกก็ยังมิหลาบจำ ค้นหาเพื่อความรักที่แท้จริงศัทธาในรักมันต้องมีสักวันที่เป็นของเรา..ถ้าวันสุดท้ายเจอรักแท้แล้วมันลบล้างรอยไถที่ไถซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ก็วิเศษมาก แต่ถ้าเจอรักแท้ในวันที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดีแล้วมันคุ้มกันหรือไม่ ถ้าทำได้ก็สงสารตัวเองเป็นดีที่สุด..แล้วก็คิดเผื่อไปด้วยว่าคนที่รักเราคนสุดท้ายนั้นเรามีความภูมิใจอะไรมอบให้เขาบ้าง คุ้มกับความรักที่เขาเตรียมรอเรามาทั้งชีวิตหรือไม่….

Take เดียว!!

ชีวิตจริงมันไม่เหมือนหนังเหมือนละครที่แก้ไขได้จนได้ในสิ่งที่ดีที่สุด แต่คนส่วนใหญ่ชอบเล่นละครชีวิตมัน ก็แปลกคนเป็นหมื่นแสนล้านเคยเดินทางเส้นนี้มาแล้วโค้งหน้านั้นมันเป็นทางตัน แต่คนที่เดินตามหลังมันก็ยังเดินกันไปเพื่อให้รู้ว่ามันตันจริงๆ เวลาที่เสียไปมันคุ้มกันไหม? ผมเคยได้ยินคำพูดหนึ่งผมชอบมาก "ละครที่จบแบบแฮบปี้เอนดิงนั้นคือละครที่ยังไม่สมบูรณ์" มันโดนใจมากๆ คิดดูแล้วมันก็จริงมากๆ ด้วยเรามีความสุขกับตอนสุดท้ายของละครเรื่องนั้นทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เราลืมนึกไปว่า มันก็แค่ตอนๆ หนึ่งเท่านั้นยังมีอะไรที่ยาวไกลกว่า ตอนนั้นจะจบลงแบบไหนละ? ทางที่ดีที่สุดแล้วการมีความสุขไม่จำเป็นต้องผ่านความผิดพลาดมากๆ เสมอไป ผิดพลาดแต่พองามแล้วใช้สติให้มาก มันก็มีอีกมุมหนึ่งที่ว่า คนที่ไม่ผิดพลาดคือคนที่ไม่ทำอะไรเลย แต่จริงๆ แล้วทำด้วยความตั้งใจความผิดพลาดมันย่อมน้อย ไม่ใช่ทำไปสักแต่อยากทำ…

คงมีต่อภาคสาม บทสรุปแล้วละ…เขียนมากแล้วเริ่มมั่ว…

Olderposts

Copyright © 2016 MrChoke.Org

Theme by Anders NorenUp ↑