MrChoke.Org

Category: Linux (page 1 of 14)

Add logout menu to OpenShift Origin 3

OpenShift Origin จะไม่มีระบบจัดการ User มาให้ดังนั้นใครที่จะนำมาใช้ก็ต้องจัดการเองทั้งหมด ทำมือเอาได้หมดครับ ถ้าใครทำตามคู่มือเบื้องต้นเขาจะแนะนำให้ใช้ User แบบ Basic Auth ซึ่ง Session ของ User จะหลุดก็ต่อเมื่อเราปิด Browser ทิ้งแต่ถ้าระหว่างที่ยังเปิดอยู่ Session ก็จะยังค้างถ้าใครเปิดเข้าไปก็จะใช้งานในสิทธิ์เราได้ ผมมีวิธีลูกทุ่งๆ ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนโดยการแก้ไขสามแฟ้มดังนี้ครับ

diff -aur /root/test/opt/rh/ruby193/root/usr/share/gems/gems/openshift-origin-console-1.18.0.1/app/controllers/account_controller.rb /opt/rh/ruby193/root/usr/share/gems/gems/openshift-origin-console-1.18.3/app/controllers/account_controller.rb
--- /root/test/opt/rh/ruby193/root/usr/share/gems/gems/openshift-origin-console-1.18.0.1/app/controllers/account_controller.rb    2014-01-03 15:20:39.736819307 +0700
+++ /opt/rh/ruby193/root/usr/share/gems/gems/openshift-origin-console-1.18.3/app/controllers/account_controller.rb    2013-12-27 13:02:05.895483493 +0700
@@ -2,4 +2,7 @@
   def show
     @user = current_user
   end
+  def logout
+    redirect_to "https://logout@"+request.host
+  end
 end

 

--- /root/test/opt/rh/ruby193/root/usr/share/gems/gems/openshift-origin-console-1.18.0.1/app/helpers/console/console_helper.rb    2014-01-03 15:20:39.743820144 +0700
+++ /opt/rh/ruby193/root/usr/share/gems/gems/openshift-origin-console-1.18.3/app/helpers/console/console_helper.rb    2013-12-27 17:38:25.113984337 +0700
@@ -2,7 +2,7 @@

   #FIXME: Replace with real isolation of login state
   def logout_path
-    nil
+    '/console/account/logout'
   end

 

diff -aur /root/test/opt/rh/ruby193/root/usr/share/gems/gems/openshift-origin-console-1.18.0.1/lib/console/rails/routes.rb /opt/rh/ruby193/root/usr/share/gems/gems/openshift-origin-console-1.18.3/lib/console/rails/routes.rb
--- /root/test/opt/rh/ruby193/root/usr/share/gems/gems/openshift-origin-console-1.18.0.1/lib/console/rails/routes.rb	2014-01-03 15:20:39.774823850 +0700
+++ /opt/rh/ruby193/root/usr/share/gems/gems/openshift-origin-console-1.18.3/lib/console/rails/routes.rb	2013-12-27 12:51:26.293693116 +0700
@@ -13,6 +13,7 @@
       def openshift_console_routes
         id_regex = /[^\/]+/

+	match 'account/logout' => 'account#logout', :via => :get
         match 'help' => 'console_index#help', :via => :get, :as => 'console_help'
         match 'unauthorized' => 'console_index#unauthorized', :via => :get, :as => 'unauthorized'
         match 'server_unavailable' => 'console_index#server_unavailable', :via => :get, :as => 'server_unavailable'
@@ -73,7 +74,7 @@
         # Account specific resources
         resource :account,
                  :controller => :account,
-                 :only => :show
+                 :only => [:show, :logout]
       end
   end
 end

 

 

 

 

สร้าง Git Repo ง่ายๆ บน Godaddy

เกริ่นนำ

บันทึกการทดลองอีกหนึ่งบทสำหรับ Git ปกติไม่ค่อยได้ใส่ใจใช้งาน Git แบบจริงๆ จังๆ อะไรมากนักเพราะไม่ได้เขียน Source Code เองมีแต่เอามาใช้ก็แต่ clone มาก็จบกันไป วันนี้มีโจทย์ให้ทำ คือ พัฒนาเว็บร่วมกันโดยใช้ Git เป็นตัวควบคุม Source Code พอดีว่า Project อยู่บน Godaddy สามารถ Remote ผ่านทาง ssh ได้ก็หวานหมูเลย จริงๆ บน Dreamhost ก็ทำได้ครับแต่ไม่แน่ใจว่าทำแบบเดียวกันหรือเปล่าเพราะอ่าน wiki ของ Dreamhost แล้วยาวกว่า เอาเป็นว่าลองดูวิธีนี้สั้น ใช้กันแบบส่วนตัวมี account เดียวไม่แชร์กับใครซึ่งใช้กับ Server ของตัวเองก็ได้ครับ

แหล่งอ้างอิง

http://all-of.me/running-git-over-ssh-with-godaddy-shared-hosting/

สะภาพแวดล้อม

  • Server: Godaddy CentOS 5.5
  • Git:  1.8.2.1
  • ssh + authorized_keys enable Continue reading

ควบคุม VirtualBox แบบ Command Line

หลังจากพยายามทดสอบการใช้งาน VirtualBox แบบไม่พึ่ง Graphic จุดประสงค์หลักก็คือ ติดตั้ง Server ที่จะใช้ VM หลายๆ ตัวบนนั้น โดยใช้ VirtualBox แต่ไม่อยากเปิด Graphic ไว้ที่ Server จากการทดสอบก็พอเป็นเรื่องเป็นราวดังนี้

  • พบว่ายังต้องลง pkgs ที่พ่วงสำหรับลง VirtualBox อีกหลายตัวเหมือนกัน
  • ต้องเรียนรู้คำสั่งเพื่อควบคุม VirtualBox ผ่านทาง command line แต่มี doc ให้แบบละเอียดพอสมควร
  • ถ้าให้ง่ายๆ ต้องลงจากที่ง่ายๆ ไปก่อนแล้วค่อยไป import เข้า
  • ถ้าติดตั้งบน Server เลยก็สนุกดีผ่านทาง Remote Desktop บน OS X ใช้ของมันเองไม่ Work ต้องหามาลง ชื่อว่า Microsoft Remote Desktop  ของ Microsoft เอง
  • ทำงานผ่าน Remote Desktop รู้สึกว่าช้ามาก
  • เจอปัญหา Board Atom ที่ใช้ไม่ Support VT-X เลยลง Guest OS แบบ 32 bit เท่านั้น

คร่าวๆ สำหรับสิ่งที่พบเจอคราวนี้มาดูขั้นตอนเบื้องต้นสำหรับการใช้งาน VirtualBox แบบ Command Line กัน Continue reading

IOS4.2.1 กับ Ubuntu

หลายคนที่ใช้ iPhone และ ใช้ Ubuntu หรือ Linux ค่ายอื่นหลังจากที่ได้ upgrade เป็น iOS4.2.1 ซึ่งเป็น OS ล่าสุดของ iPhone ก็จะพบว่าไม่สามารถที่ mount ได้ตามปกติ ผมก็พบปัญหาดังกล่าวมาสักพัก วันนี้ลองค้นหาข้อมูลดูก็พบวิธีแก้ไขดังนี้

ก่อนอื่นให้ ลบ ข้อมูลเก่าทิ้งก่อนดังนี้

 $ rm -rf ~/.config/libimobiledevice

ตรงนี้ผมนั่งหาอยู่ตั้งนานเพราะถึงแม้จะ upgrade ตัว libimobiledevice แล้วก็ไม่สามารถ mount ได้อยู่ดีเพราะมันจำข้อมูลเก่าอยู่

หลังจากนั้นให้ทำการ upgrade ตัว lib ต่างๆ เป็นตัวล่าสุด

$ sudo add-apt-repository ppa:pmcenery/ppa
$ sudo apt-get update
$ sudo apt-get dist-upgrade

หลังจากนั้นก็ลองเสียบ iPhone เข้าไปใหม่ก็จะใช้ได้ตามปกติครับ

ร่วมโครงการ OpenStreetMap.Org

สือเนื่องจากการชักนำของพี่เทพให้เข้าร่วมโครงการ OpenStreetMap.Org (OSM) ซึ่งเป็นโครงการแผนที่แบบเปิด พูดง่ายๆ ก็คือร่วมมือการวาดแผนที่กันซึ่งในต่างประเทศเขาก็วาดกันมานานแผนที่ค่อนข้างสมบูรณ์ และละเอียดทีเดียว แต่ในเมืองไทยยังเป็นแค่กลุ่มเล็กๆ เท่านั้นก็มีหลายคนที่วาดกันมานานแล้วส่วนใหญ่ก็เป็นฝรั่งเช่นกันเช่นที่ขอนแก่นแผ่นที่สวยและละเอียดมาก อาจจะเป็น Map ตัวอย่างก็ว่าได้ในตอนนี้ และผมก็ได้สร้างกลุ่มขึ้น facebook ชื่อว่า Thai OpenStreetMap ทำให้ทราบว่าทีคนไทยที่วาดอยู่ก่อนหน้านี้ด้วยก็ดีใจครับ ใครสนใจร่วมวงเพื่อวาดแผนที่ในครั้งนี้ก็สามารถเข้าไปแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ที่ http://www.facebook.com/group.php?gid=107441312638800&ref=mf

สำหรับ blog นี้ผมขอแนะนำ App บน iPhone สำหรับการ Mark จุดสถานที่ต่างๆ (POI) ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบ Mark ที่ต่างๆ อยู่แล้วซึ่งมีประโยชน์ด้วย อาจจะ Mark รอบๆ ที่พัก ตลาด หรือเวลาเดินทางไปเที่ยวก็สามารถ Mark จุดสำคัญๆ เก็บไว้วันหลังอาจจะได้ใช้ประโยขน์เองด้วยและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วย

App ตัวนี้ชื่อว่า OpenMaps Free มันมีสองตัวนะตัวขายกับตัวฟรี ใช้ตัวฟรีก็พอตัวขายก็เพิ่มเรื่องการค้นหาเส้นทางขึ้นมา ก็ติดตั้งจาก App Store โดยค้นหาด้วยคำว่า OpenMaps ตรงๆ เลยครับเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วก็เรียกใช้งานเริ่มกันเลย

เลือกเปิด App จาก Icon เหมือนรูปข้างล่าง


เปิดขึ้นมาครั้งแรกอาจจะหน้าตาไม่เหมือนกับของผมนะครับเพราะผมข้ามขั้นมาหลายขั้นเลยทีเดียวแต่ก็ขอให้สังเกตุก็อาจจะตามได้ไม่อยากหน้าตาจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้ ให้ดูรูปข้างล่างประกอบนะครับ
  1. ปุ่มค้นหา สามารถค้นหาสถานที่ต่างๆ ได้
  2. (2 บนขวา ตีตัวเลขซ้ำกัน) ปุ่มคำสั่งเพิ่มเติมปกติก็ใช้ปุ่มสี่มุมนี้แหละนานๆ จะเข้าไปใช้สักครั้ง
  3. (2 ล่างซ้าย ตีตัวเลขซ้ำกัน) ปุ่มตำแหน่งปัจจุบันของเราค้นหาจาก GPS
  4. (3) ปุ่ม Mark จุด ใช้สำหรับ Mark จุดที่อยู่ ณ ปัจจุบัน
  5. (4) แสดงตำแหน่งปัจจุบัน ตรงนี้ให้สังเกตุถ้าวงกลมมีขนาดใหญ่โอกาสที่จะ Mark ผิดพลาดจะสูง ดังนั้นก่อนจะ Mark ก็รอให้วงกลมมขนาดเล็กที่สุด
  6. (5) จุดที่ปักไว้ก่อนหน้านี้


หากต้องการลบจุดที่ Mark ไว้ทำได้โดยการใช้นิ้วกดที่หมุดค้างไว้ (1) ก็จะปรากฎปุ่มกากบาท (2) ขึ้นมาก็ใช้นิ้วอีกนิ้วกดลบครับ รูปล่าง



เมื่อกดปุ่ม Mark จุดหรือปักหมุดแล้วก็จะขึ้นหมุดใหม่ขึ้นมา และมีแถบข้อมูลขึ้นมาที่หัวหมุดดูรูปล่าง ก็ให้เลือกที่ลูกศรสีฟ้าเพื่อดำเนินการต่อ



เมื่อเข้ามาก็ให้เลือกเครื่องหมายบวกด้านบน (1) เพื่อทำการเพิ่มจุดนี้ไปยัง OpenStreetMap.Org จุดนี้ในครั้งแรก App จะทำการเชื่อมต่อกับเว็บ OpenStreetMap.Org ก่อนคือเราต้องมี Account ที่ OpenStreetMap.Org เมื่อเชื่อมต่อได้แล้วครั้งต่อไปก็ไม่ต้องดำเนินการอีกสามารถ add ได้ทันที ในรูปผมไม่ได้จับขั้นตอนนี้มา



เมื่อกดปุ่ม + ก็จะมีการ confirm อีกครั้งว่าแน่ใจว่าตำแหน่งถูกต้องแน่นะ ถ้ามั่นใจแล้วก็ Add ไปเลยครับ ดูรูปด่านล่าง



การ Add tag(s) ทำได้สองวิธีคือ

  1. add จากที่ App จัดไว้ให้เป็นหมวดที่ใช้บ่อยๆ แต่ไม่มีทั้งหมด
  2. add tag(s) เข้าไปเองในกรณีที่ไม่ในข้อ 1 ตรงนี้สามารถระบุได้ละเอียดกว่าแต่เราก็ต้องรูปว่าค่าต่างๆ มีอะไรบ้าง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://wiki.openstreetmap.org/wiki/Map_Features


ภาพข้างล่างเป็นตัวอย่างการ add จาก tag(s) ที่มีอยู่แล้ว ผม add ร้านอาหารก็ทำได้ดังนี้





เมื่อเลือกได้แล้วก็จะขึ้น form ให้กรอกเพิ่มเติมแต่ละ tag มันจะมีค่าต่างๆ ไม่เหมือนกัน อันนี้เป็นร้านอาหารก็ให้เพิ่มค่าต่างๆ เช่น ชื่อ เวลาเปิดปิดร้านเป็นต้น ดูรูปด้านล่าง






เมื่อป้อนเสร็จก็จะได้ค่าดังรูปด้านล่าง ถ้าต้องการเพิ่มอีกก็เลือกแบบใส่ tag(s) เอง



ตัวอย่างผม add tag เพิ่มเข้าไปเป็น tag name:en และ name:th ซึ่งเราสามารถใส่ชื่อระบุเป็นภาษาเข้าไปได้




เมื่อแน่ใจว่าครบถ้วนแล้วก็ให้กด Save ด้านบนขวารอจนมีการแจ้งเตือนว่า save เรียบร้อยแล้วซึ่งจะขึ้นเตือนตรงมุมล่างขวา แต่บ่อยครั้งที่จะเกิด Error popup ขึ้นมาก็ให้ save ใหม่จนสำเร็จ เพราะถ้าเราไม่ save ค่าต่างๆ จะหายไป สำหรับจุดที่เราเพิ่งจะเพิ่มเข้าไปจะไม่ปรากฎในแผนที่ทันทีนะครับต้องรอประมาณ ครึ่ง – หนึ่ง ชม.



ถ้าเกิดเราอยากจะแก้ไขจุดที่เราเคย Save ไปแล้วก็สามารถทำได้เช่นกันโดยเลือกที่หมุดนั้นแล้วกด ลูกศรสีฟ้าก็จะขึ้นข้อมูลเก่าขึ้นมาเหมือนรูปด้านล่าง



ถ้าต้องการแก้ไขก็เลือกปุ่ม Edit ตรงมุมขวาบน Edit เสร็จก็ Save



บางครั้ง Map ไม่ยอม update ก็ให้แก้ไขด้วยการเข้าไป clear cache ตามรูปด้านล่าง




เขียนแบบรวดเร็วมากพอเป็นแนวทางนะครับศึกษาเพิ่มเติมกันได้แล้วเจอกันใน Group นะครับ

Olderposts

Copyright © 2016 MrChoke.Org

Theme by Anders NorenUp ↑