MrChoke.Org

Category: apple

บันทึกประจำวัน 14/01/57

IMG_6650ตอนเช้ามีนัดเรียนการเขียน app กับอาจารย์โคนัน คาบที่แล้วไม่ได้เข้าเรียนเพราะไป NSC คาบนี้เลยมึนๆ (จริงๆ มึนทุกคาบฮาๆ) เรียนมาหลายคาบละแต่ก็ยังเขียนไม่เป็น ไม่มีเวลาทบทวนเลย อีกอย่างไม่มีพื้นมาก่อนด้วย

ตอนเย็นก๊วนปั่นจักรยานหายกันหมด เหลือคนเดียวแต่มีน้องใหม่มาลองปั่นสองสามีภรรยา หินกับจุ๊บ ลุ้นๆ อยู่ว่าเมื่อไหร่จะถอยป้ายแดงมาเข้าก๊วนสักที จะได้ออกทริปกันมันๆ

วันนี้ปั่นแข่งกับตัวเอง พยายามเน้นความเร็วคงที่ตามความรู้สึกเพราะไม่ได้เปิดดู ปั่นเท่าที่มีแรงตอนนี้ แต่อุปสรรคใหญ่ก็น่าจะเป็นกลิ่นตีนเป็ดที่สูดเต็มปอดแล้วแรงลดไปหลายส่วนมาก คอแห้งเร็วเจ็บคอด้วย แต่ก็ปั่นตามเป้าที่ตั้งไว้คือ 30 km เฉลี่ย 25 km/h ต้องแข็งใจอีกหลายวันกว่าจะเข้าที่เหมือนเดิม

ปัญหา Apple Mighty Mouse เกิดอาการ Lag และ หยุดการเชื่อมต่อ

หลังจากเกิดปัญหา Apple Mighty Mouse เกิดอาการหน่วง และ หยุดการเชื่อมต่อ และไม่สามารถกลับมาเชื่อมต่อได้อีกต้อง reboot OS X เท่านั้นผมก็ลองค้นหาดูพบผู้ต้องสงสัยคือ WiFi กับ Mouse ไม่ถูกกัน เพราะก่อนที่จะเกิดการหยุดเชื่อมต่อ หน้าต่าง Shell ที่ผม Remote ไปยังเครื่องปลายทางเกิดอาการ lag อย่างมากคือพิมพ์อะไรไปกว่าจะตอบสนองช้ามาก เป็นที่ผิดสังเกต ตอนแรกก็นึกว่า net ที่นี่ช้า

IMG_6616

Apple Mighty Mouse

เมื่อได้สมมุติฐานเรียบร้อยแล้วผมก็เริ่มการทดลอง ก่อนหน้านี้ผมใช้ mouse กับ net สาย เป็นส่วนใหญ่ไม่ว่าจะที่โต๊ะทำงานหรือที่ห้องพัก และไม่พบเจอปัญหานี้เลย ผมจะใช้ WiFi ตอนประชุมในห้องประชุม หรือ ไปในที่ไม่มีสายให้ใช้จริงๆ และ ส่วนใหญ่ผมก็ไม่ได้พก mouse ไปด้วยเลยไม่เคยเจอปัญหา อยู่มาวันหนึ่งผมหยิบ mosue เข้าไปประชุมด้วยเลยพบปัญหานี้เข้าอย่างจัง จากข้อมูลบน internet มีข้อแนะนำให้ลองใช้ WiFi เป็น 5 GHz แทน ก็เริ่มการทดสอบโดยเปลี่ยน Airport Express ของผมเป็น 5 GHz  แล้วใช้เน็ท WiFi อย่างเดียว โดยใช้ mouse ไปด้วยพบว่าตลอดเวลาทั้งวันไม่เกิดอาการดังกล่าวอีกเลย และ เมื่อมีประชุมอีกรอบคราวนี้ต้องใช้ WiFi ของสำนักงานซึ่งยังเป็น 2.4 GHz ตอนแรกๆ ก็ดูเหมือนจะปกติมาก แต่ในที่สุดก็เกิดอาการหยุดเชื่อมต่อเหมือนกัน

IMG_6618

Airport Express

ผมจึงสรุปผลการทดลองครั้งนี้ว่า WiFi 2.4 GHz มีผลต่อการใช้งาน  Apple Mighty Mouse และที่สังเกตเพิ่มเติมคือระยะห่างระหว่าง Macbook กับ Accesspoint ก็มีผลต่อเวลาที่เกิดอาการด้วย Airport Express ของผมอยู่ใกล้กับ Macbook มากอาการเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ใช้ WiFi ของสำนักงาน แต่ก็เกิดอยู่ดี…

ปิดท้ายถ้าใครใช้ Apple Mighty Mouse (เลิกผลิตแล้ว) (ได้ข่าวว่า Apple Magic Mouse ก็มีผลกระทบด้วย) อยู่ถ้าสามารถเปลี่ยนไปใช้ WiFi 5 GHz ได้ก็ดีครับ และการทดลองนี้ผมเจอปัญหานี้ และ แก้ไขโดยวิธีข้างต้น ถ้าท่านไม่เกิดปัญหาดังกล่าวก็ไม่ต้องตกใจครับ

รู้ไว้ใช้มัน iOS6

พรุ่งนี้แล้วครับที่ผู้ใช้ iPhone/iPad จะได้ใข้ iOS6 อย่างเป็นทางการ จึงบันทึกไว้สักนิดว่ามันมีอะไรบ้างที่เปลี่ยนไป เท่าที่รู้และเล่นมาตั้งแต่เป็น Beta คร่าวๆ มีดังนี้

  1. คีย์บอร์ดไทยแบบ 4 แถว
  2. วางแป้นพิมพ์เหมือนคีย์บอร์ดที่ใช้กันทั่วไป
  3. มี ฅ อยู่สองที่ คืออยู่ที่เดียวกับ ค. โดยกดค้างไว้ และ อีกที่ต้องกด shift
  4. ตรงไม้เอกสามารถกดค้างแล้วจะมีสระและวรรณยุกต์ที่ต้องกด shift โผล่มาให้เลือก
  5. ติดตั้ง app โดยไม่ปิด App Store
  6. update app โดยไม่ถามรหัสผ่าน และ ไม่ปิด App Store เช่นกัน
  7. ถ้า app ถูกติดตั้งไว้แล้วสามารถเปิดได้จาก App Store ทันที
  8. เปิด-ปิด Bluetooth ได้ในหน้า setting แรก
  9. สามารถตั้งค่าห้ามรบกวนได้
  10. มีสายเข้าเลือกได้ว่าจะกดรับหรือ slide ขึ้นเพื่อส่งข้อความกลับ
  11. ผนวก facebook เข้ามาในระบบแล้ว
  12. สามารถโพสไปยัง Twitter และ Facebook จากแถบแจ้งเตือนได้ทันที
  13. แชร์รูปไปยัง Twitter และ Facebook ได้ทันที
  14. สามารถกำหนดได้ว่าให้ App อะไรเข้าถึง รูปภาพ Location Contact Calendars และ Reminders ได้บ้าง
  15. ใช้ Map ของ Apple แทน Google Map แผนที่ดาวเทียมยังไม่ค่อย update เท่า Google (หลายคนบ่นว่าค้นหาอะไรไม่ค่อยเจอ เท่าที่ลองใช้ค้นหาได้ในระดับหนึ่ง จุดสำคัญๆ ปักไว้ให้เยอะพอสมควรเช่นปั๊มน้ำมัน)
  16. มีระบบนำทางแบบ Turn by Turn (ในเมืองไทยก็ใช้ได้)
  17. Top bar จะเปลี่ยนสีตามสีของ app ที่ใช้ (แล้วแต่ app บาง app ก็ไม่เห็นเปลี่ยน)
  18. app ไหนที่ติดตั้งใหม่และยังไม่ได้เรียกใช้จะมีแถบคาดเขียนว่า “New” ตรงมุมบนขวา
  19. เสียงเตือน เช่น ข้อความเข้า สามารถใช้เสียง ringtone ที่เรานำเข้าไปได้แล้ว
  20. เสียงนาฬิกาปลุกสามารถเลือกเพลงใน itune มาใช้ได้
  21. แป้นโทรศัพท์เปลี่ยนสีเป็นสีเทาขาว
  22. ลูกเล่น Pull to refresh แบบใหม่ ถ้าอยากเห็นลองใช้ app mail ดู
  23. มีข้อมูลการใช้งาน battery ให้ดู
  24. เค้าบอกว่า support ipv6 แล้ว (5.1 ก็ใช้ได้แล้ว)
  25. Safari บน iPad เปิด tab ได้เยอะกว่าเดิม
  26. กดปุ่ม back หรือ forward ค้าง ใน Safari จะมีรายการประวัติขึ้นมา
  27. facetime ผ่าน 3G ได้
  28. มี App Passbook (เมืองไทยยังไม่มีบริการไหนให้ใช้)
  29. มี lost mode เพิ่มใน find my iPhone
  30. เปิด app ผ่าน Siri ได้แล้ว
  31. มีกล่อง VIP ใน mail
  32. มี Personal Dictionary บน Cloud สามารถแลกเปลี่ยนกันระหว่าง iPhone iPad ได้
  33. กำหนดลายเซ็นต์ในเมลแยกกันได้
  34. ตั้งรูปแบบการสั่นได้เอง
  35. โหมดลดการสั่นไหวเมื่อถ่าย VDO (ไม่แน่ใจว่ามีเฉพาะใน iPhone5 หรือไม่)
  36. Share รูปผ่าน Photostreams ได้โดยเลือกหลายรูป หรือ รูปเดียวก็ได้ และสามารถส่ง url ไปบอกเพื่อนได้
  37. ดูเว็บแบบแนวนอนบน iPhone แบบเต็มจอได้
  38. มีปุ่มเสมือนใช้ จับหน้าจอ สั่งงานด้วยเสียง และ เปิดแถบ task ด้านล่าง
  39. สามารถ Sync Bookmark และ การใช้งาน Safari ระหว่าง Mac iPhone & iPad
  40. app นาฬิกาของ iPad สวยดี มีรายงานอุณหภูมิให้ด้วย แตะที่นาฬิกาจะเป็นโหมดเต็มจอ
  41. ไม่มี app YouTube แล้ว บน iphone โหลดของ Google มาแทน ส่วน ipad เล่นกับ Safari ได้เลยไม่ต้องหาเพิ่ม แต่บาง clip ก็ไม่ได้
  42. ถ่าย Panorama ได้แต่เฉพาะ 4s กับ 5 เท่านั้น iPad ไม่มี

ปัญหาที่พบ

  1. ใช้ iWork เช่นพวก Keynote Page และ Numbers บางคนอาจจะเจอปัญหาเมื่อ update iOS6 แล้ว พวกเอกสารมีแต่ชื่อไม่ยอม download มาให้ทำอะไรไมได้ วิธีแก้คือ ให้สั่งปิด เอกสารใน iCloud ก่อน แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง เอกสารก็จะถูก download มาให้เหมือนเดิม
  2. ใคร upgrade เป็น iOS6 แล้วมีปัญหากับ Wi-Fi ลอง Settings -> General -> Reset -> Reset Network Settings (รายงานโดย อ.กิตติ์ https://www.facebook.com/kitty.in.th)

The New ipad Charging time

ช่วงนี้กำลังเปิดขาย The New iPad หรือ 3rd generation iPad หรือบางคนเรียก iPad3 หลายท่านได้มาเป็นเจ้าของกันแล้ว ถ้าใครใช้ iPad2 มาก่อนก็จะพบว่าระยะเวลาในการ charge battery นั้นจะนานกว่า iPad2 อย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้มันมีสาเหตุมาจากขนาดของ battery ของ The New iPad มันเยอะกว่าแต่ยังใช้ adapter เหมือนกับ iPad2 นั้นเอง มันเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องใช้เวลานาน แต่หลายคนรวมถึงตัวผมเองตอนแรกก็สงสัยว่าทำไม charge ทิ้งไว้ตั้งนานยังไม่เต็มสักที เพราะคุ้นเคยกับ iPad2 ที่ใช้เวลาไม่นานนัก ผมลองหาข้อมูลเจอจากเว็บหนึ่งเขาได้เปรียบเทียบระยะเวลาการ charge ของแต่ละค่ายไว้ดังนี้

ที่มา: http://www.pcworld.com/article/252326/new_ipad_slow_to_recharge_barely_charges_during_use.html

 จากกราฟ จะเห็นว่าความจุของ The New iPad มันมีขนาด 11666 mAh ส่วน iPad2 ขนาด 6930 mAh ขนาดเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าตัว ส่วนระยะเวลาที่ทาง pcwold ทดสอบ The New iPad ใช้ เวลาถึง 5 ชม. 56 นาที ก็ประมาณ 6 ชม. ส่วน iPad2 ใช้เวลา 4 ชม. 10 นาที ถ้าดูตามการทดสอบเหมือนจะไม่ต่างกันมากนัก แต่สำหรับประสบการณ์ส่วนตัวรู้สึกว่าต่างกันมากพอสมควรเพราะเวลาเดินทางไปไหนมาไหนมีเวลาสัก สองชั่วโมงผมก็สามารถ charge iPad2 ได้เยอะพอสมควร ยังไงก็ลองศึกษากันดูก่อนเวลาได้มาจะได้ไม่ตกใจ เพราะมีหลายคนตกใจคิดว่า batt มีปัญหาก็เยอะ ฝรั่งก็ด้วย ฮาๆ และข้อมูลระยะเวลาการ charge ก็ไม่มีบอกไว้ด้วยนะในเว็บ apple หรือ คู่มือ

ปล. ที่มาของข้อมูลคือ : ที่มา: http://www.pcworld.com/article/252326/new_ipad_slow_to_recharge_barely_charges_during_use.html

Ubuntu 9.04

เมื่อก่อนชอบใช้ลินุกซ์แบบติดขอบมันสนุกดี มาตอนหลังๆ ไม่ค่อยได้ตืดขอบเท่าไหร่ลงทีใช้งานยาว เพราะใช้จริงๆ การลงใหม่เป็นเรื่องลำบากพอสมควร ตอนนี้ Ubuntu 9.04 ออกมาก็เพิ่งจะได้ลอง up ดูปัจจุบันใช้ 8.10 64bit ก็มีปัญหาบ้างเล็กน้อยจุกจิกๆ เช่นพวก flash java แต่ก็พอถูไถใช้งานไปได้ เมื่อวานลองติดตั้ง 9.04 32bit ใช้ kernel server เพื่อให้ใช้งาน ram 4 G ได้ตัวระบบก็ราบรื่นดีแต่ก็มีปัญหาเดิมๆ เกิดขึ้นสองอย่างหลักๆ

อุปกรณ์ ASUS M51

  1. ACPI การจัดการหน้าจอของ Asus ตัวอัจฉริยะรี่เองนั้นแหละ บนลีนุกซ์ไม่โสภาเท่าไหร่ ตั้งแต่ตอนติดตั้งหน้าจอจะมืดปรับไม่ได้ ถ้า 8.10 มันจะสว่างสลับมืดน่าเวียนหัวมาก แต่ตัวนี้มืดอย่างเดียว วิธีแก้ก็เหมือนเดิมคือให้ติดตั้ง sysfsutils แล้วใส่ค่า devices/platform/asus-laptop/ls_switch=0 ลงในแฟ้ม /etc/sysfs.conf reboot เราก็จะสามารถคุมความสว่างของจอได้
  2. ATI รุ่นนี้ใช้ 3D กับ Open Source Driver ไมได้ก็ต้องใช้ของ ATI ใช้งานปกติก็ได้ดีนะ แต่ผมดันใช้งานสองจอแบบต่อกันบน 8.10 ใช้งานได้ดีพอสมควรระดับหนึ่งคือสามารถขยายจอได้แต่ความละเอียดจอสองมันไม่ตรง แต่พอใบน 9.04 คาดหวังว่าจะฉลาดขึ้น แต่กลับไม่ฉลาดเท่าไหร่ทำสองจอต่อกันยังไมได้ซ่งคาดว่าจะลงแรงเยอะกว่านี้ถึงจะทำได้ ไม่ auto เหมือนรุ่นก่อนแปลกดีแฮะ เลยหยุดไว้ก่อนกลับมาใช้บน 64 bit ไปก่อนเดี๋ยวค่อยไปจัดการอีกที

อีกอย่างที่รอคือการใช้ wireless ของที่ทำงานได้ข่าวว่าตัว 9.04 มัน work แล้วเดี๋ยวจะได้ลองอีกที

Copyright © 2016 MrChoke.Org

Theme by Anders NorenUp ↑