MrChoke.Org

Thailand LinuxExpo 2004

เช้านี้… ผมยังตื่นขึ้นมาตามปกติ นอนดูนาฬิกาบนหน้าปัดมือถือ … เผลองีบไปเหมือนกับนานแสนนาน แต่จริงๆ แล้วแค่ 5 นาทีเอง ต่างกับเมื่อก่อน เผลอกลับไปแป๊บเดียวแต่ตื่นมาโห ตั้งชั่วโมง คิดดูช่วงนี้นอนเพราะจำเป็นต้องนอน ข่มกว่าจะหลับช่างทรมาร หลับนิดหน่อยก็เหมือนหลับมานานเลยตื่นแต่เช้า บ้างก็ตีสาม ตีสี่ ก็หวังไว้เวลาจะทำให้เราเข้าใจอะไรดีขึ้น สิ่งที่เรามองว่าสวยงามมาตลอดอาจเป็นภาพลวงตา …. ผมจะรับได้หรือเปล่า

วันนี้ต้องเดินทางไปงาน Thailand LinuxExpo 2004 ที่ตึก UN (สหประชาซาติ) ตลอดทั้งวัน ต้องบรรยายในช่วงเช้าที่ บูธ ประมาณ ชั่วโมงหนึ่ง รู้สึกเจ็บคอมากขึ้น หลังจากเมื่อวานกลับไปเจ็บคอบ้าง มีน้ำมูก วันนี้น้ำมูกหายไป เหลือร่องรอยของความเจ็บช้ำในลำคอ แต่ก็ยังคงดื่มน้ำเย็น กินน้ำแข็ง อยู่ปกติไม่ถืออยู่แล้วครับ เป็นเองได้ก็หายเองได้ มันคงไม่ตายง่ายๆ ปกติออกงานออกบูธมันก็เหนื่อยเป็นธรรมดาอยู่แล้วแต่วันนี้รู้สึกเหนื่อยผิดปกติ ปวดหัว ไม่สบาย เจ็บคอ รุมเร้าเข้ามาพร้อมๆ กัน แต่ก็ยังคงทำหน้าที่จนจบทั้งวัน..

บริเวณงานก็ไม่ใหญ่โตมากนัก มีบูธของบริษัทต่างๆ มาออกร้านกัน อยากทำบัตรสมาร์ทการ์ด แต่ต้องลงทะเบียนเป็นพันก่อนถึงจะทำให้ เลยได้แต่นั่งมองตามระเบียบ กลับมาหวังนอนเต็มที่ คงหลับเป็นตายแน่ๆ

เมื่อรู้ว่าโดนโกหก ซ้ำแล้วซ้ำอีก คุณจะให้อภัยคนคนนั้นได้ไหม ?……

Categories: Blog

ง่วง…ไม่หลับ » « Go to UN

1 Comment

  1. วิธีนอนให้หลับสบาย แม้ใจจะไม่อยากนอน …

    หายใจช้าๆ ลึกๆ ครับ … รับรองว่าไม่เกินห้านาทีหลับสนิทเลย (แต่ห้ามลุกขึ้นมาดูนาฬิกานะครับว่าผ่านไปกี่นาทีแล้ว)

    ไม่ต้องคิดอะไรเลย (ถ้าเอาแบบผมก็ คิดว่าเรากำลังจะตาย เรามีเวลาอยู่แค่ตรงนี้เท่านั้น เมื่อเรากำลังจะตาย เราก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก ไม่ต้องคิดอะไร สนใจแค่ลมหายใจที่ปลายจมูกเท่านั้นพอ)

    นอนลงไปสบายๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน หายใจเข้าให้ลึกที่สุด หยุดไว้นิดหนึ่ง ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา หยุดไว้นิดหนึ่ง หายใจเข้าให้ลึกที่สุด หยุดนิดหนึ่ง ค่อยๆ ผ่อนออกมา หยุดนิดหนึ่ง แล้วทีนี้ก็หายใจช้าๆ ลึกๆ แต่ไม่ต้องหยุดแบบสองรอบแรง ทำติดต่อกันไป กำหนดจิตไว้ที่ปลายจมูกตรงที่รู้สึกว่ามีลมผ่าน

    ขอให้หลับฝันดีครับ :)

    (ตอนอิตาลีตกรอบ ผมลืมใช้วิธีนี้อะ แหะๆ นอนกระวนกระวาย ดิ้นไปดิ้นมาทั้งคืน)

Leave a Reply

Copyright © 2016 MrChoke.Org

Theme by Anders NorenUp ↑