RSS

Category Archives: Linux

IOS4.2.1 กับ Ubuntu

หลายคนที่ใช้ iPhone และ ใช้ Ubuntu หรือ Linux ค่ายอื่นหลังจากที่ได้ upgrade เป็น iOS4.2.1 ซึ่งเป็น OS ล่าสุดของ iPhone ก็จะพบว่าไม่สามารถที่ mount ได้ตามปกติ ผมก็พบปัญหาดังกล่าวมาสักพัก วันนี้ลองค้นหาข้อมูลดูก็พบวิธีแก้ไขดังนี้

ก่อนอื่นให้ ลบ ข้อมูลเก่าทิ้งก่อนดังนี้

 $ rm -rf ~/.config/libimobiledevice

ตรงนี้ผมนั่งหาอยู่ตั้งนานเพราะถึงแม้จะ upgrade ตัว libimobiledevice แล้วก็ไม่สามารถ mount ได้อยู่ดีเพราะมันจำข้อมูลเก่าอยู่

หลังจากนั้นให้ทำการ upgrade ตัว lib ต่างๆ เป็นตัวล่าสุด

$ sudo add-apt-repository ppa:pmcenery/ppa
$ sudo apt-get update
$ sudo apt-get dist-upgrade

หลังจากนั้นก็ลองเสียบ iPhone เข้าไปใหม่ก็จะใช้ได้ตามปกติครับ

แบ่งปันให้เพื่อน

 
Leave a comment

Posted by on 21/12/2010 in Ads, atom, Domain, Linux, Ubuntu, ทดสอบ

 

ร่วมโครงการ OpenStreetMap.Org

สือเนื่องจากการชักนำของพี่เทพให้เข้าร่วมโครงการ OpenStreetMap.Org (OSM) ซึ่งเป็นโครงการแผนที่แบบเปิด พูดง่ายๆ ก็คือร่วมมือการวาดแผนที่กันซึ่งในต่างประเทศเขาก็วาดกันมานานแผนที่ค่อนข้างสมบูรณ์ และละเอียดทีเดียว แต่ในเมืองไทยยังเป็นแค่กลุ่มเล็กๆ เท่านั้นก็มีหลายคนที่วาดกันมานานแล้วส่วนใหญ่ก็เป็นฝรั่งเช่นกันเช่นที่ขอนแก่นแผ่นที่สวยและละเอียดมาก อาจจะเป็น Map ตัวอย่างก็ว่าได้ในตอนนี้ และผมก็ได้สร้างกลุ่มขึ้น facebook ชื่อว่า Thai OpenStreetMap ทำให้ทราบว่าทีคนไทยที่วาดอยู่ก่อนหน้านี้ด้วยก็ดีใจครับ ใครสนใจร่วมวงเพื่อวาดแผนที่ในครั้งนี้ก็สามารถเข้าไปแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ที่ http://www.facebook.com/group.php?gid=107441312638800&ref=mf

สำหรับ blog นี้ผมขอแนะนำ App บน iPhone สำหรับการ Mark จุดสถานที่ต่างๆ (POI) ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบ Mark ที่ต่างๆ อยู่แล้วซึ่งมีประโยชน์ด้วย อาจจะ Mark รอบๆ ที่พัก ตลาด หรือเวลาเดินทางไปเที่ยวก็สามารถ Mark จุดสำคัญๆ เก็บไว้วันหลังอาจจะได้ใช้ประโยขน์เองด้วยและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วย

App ตัวนี้ชื่อว่า OpenMaps Free มันมีสองตัวนะตัวขายกับตัวฟรี ใช้ตัวฟรีก็พอตัวขายก็เพิ่มเรื่องการค้นหาเส้นทางขึ้นมา ก็ติดตั้งจาก App Store โดยค้นหาด้วยคำว่า OpenMaps ตรงๆ เลยครับเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วก็เรียกใช้งานเริ่มกันเลย

เลือกเปิด App จาก Icon เหมือนรูปข้างล่าง


เปิดขึ้นมาครั้งแรกอาจจะหน้าตาไม่เหมือนกับของผมนะครับเพราะผมข้ามขั้นมาหลายขั้นเลยทีเดียวแต่ก็ขอให้สังเกตุก็อาจจะตามได้ไม่อยากหน้าตาจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้ ให้ดูรูปข้างล่างประกอบนะครับ
  1. ปุ่มค้นหา สามารถค้นหาสถานที่ต่างๆ ได้
  2. (2 บนขวา ตีตัวเลขซ้ำกัน) ปุ่มคำสั่งเพิ่มเติมปกติก็ใช้ปุ่มสี่มุมนี้แหละนานๆ จะเข้าไปใช้สักครั้ง
  3. (2 ล่างซ้าย ตีตัวเลขซ้ำกัน) ปุ่มตำแหน่งปัจจุบันของเราค้นหาจาก GPS
  4. (3) ปุ่ม Mark จุด ใช้สำหรับ Mark จุดที่อยู่ ณ ปัจจุบัน
  5. (4) แสดงตำแหน่งปัจจุบัน ตรงนี้ให้สังเกตุถ้าวงกลมมีขนาดใหญ่โอกาสที่จะ Mark ผิดพลาดจะสูง ดังนั้นก่อนจะ Mark ก็รอให้วงกลมมขนาดเล็กที่สุด
  6. (5) จุดที่ปักไว้ก่อนหน้านี้


หากต้องการลบจุดที่ Mark ไว้ทำได้โดยการใช้นิ้วกดที่หมุดค้างไว้ (1) ก็จะปรากฎปุ่มกากบาท (2) ขึ้นมาก็ใช้นิ้วอีกนิ้วกดลบครับ รูปล่าง



เมื่อกดปุ่ม Mark จุดหรือปักหมุดแล้วก็จะขึ้นหมุดใหม่ขึ้นมา และมีแถบข้อมูลขึ้นมาที่หัวหมุดดูรูปล่าง ก็ให้เลือกที่ลูกศรสีฟ้าเพื่อดำเนินการต่อ



เมื่อเข้ามาก็ให้เลือกเครื่องหมายบวกด้านบน (1) เพื่อทำการเพิ่มจุดนี้ไปยัง OpenStreetMap.Org จุดนี้ในครั้งแรก App จะทำการเชื่อมต่อกับเว็บ OpenStreetMap.Org ก่อนคือเราต้องมี Account ที่ OpenStreetMap.Org เมื่อเชื่อมต่อได้แล้วครั้งต่อไปก็ไม่ต้องดำเนินการอีกสามารถ add ได้ทันที ในรูปผมไม่ได้จับขั้นตอนนี้มา



เมื่อกดปุ่ม + ก็จะมีการ confirm อีกครั้งว่าแน่ใจว่าตำแหน่งถูกต้องแน่นะ ถ้ามั่นใจแล้วก็ Add ไปเลยครับ ดูรูปด่านล่าง



การ Add tag(s) ทำได้สองวิธีคือ

  1. add จากที่ App จัดไว้ให้เป็นหมวดที่ใช้บ่อยๆ แต่ไม่มีทั้งหมด
  2. add tag(s) เข้าไปเองในกรณีที่ไม่ในข้อ 1 ตรงนี้สามารถระบุได้ละเอียดกว่าแต่เราก็ต้องรูปว่าค่าต่างๆ มีอะไรบ้าง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://wiki.openstreetmap.org/wiki/Map_Features


ภาพข้างล่างเป็นตัวอย่างการ add จาก tag(s) ที่มีอยู่แล้ว ผม add ร้านอาหารก็ทำได้ดังนี้





เมื่อเลือกได้แล้วก็จะขึ้น form ให้กรอกเพิ่มเติมแต่ละ tag มันจะมีค่าต่างๆ ไม่เหมือนกัน อันนี้เป็นร้านอาหารก็ให้เพิ่มค่าต่างๆ เช่น ชื่อ เวลาเปิดปิดร้านเป็นต้น ดูรูปด้านล่าง






เมื่อป้อนเสร็จก็จะได้ค่าดังรูปด้านล่าง ถ้าต้องการเพิ่มอีกก็เลือกแบบใส่ tag(s) เอง



ตัวอย่างผม add tag เพิ่มเข้าไปเป็น tag name:en และ name:th ซึ่งเราสามารถใส่ชื่อระบุเป็นภาษาเข้าไปได้




เมื่อแน่ใจว่าครบถ้วนแล้วก็ให้กด Save ด้านบนขวารอจนมีการแจ้งเตือนว่า save เรียบร้อยแล้วซึ่งจะขึ้นเตือนตรงมุมล่างขวา แต่บ่อยครั้งที่จะเกิด Error popup ขึ้นมาก็ให้ save ใหม่จนสำเร็จ เพราะถ้าเราไม่ save ค่าต่างๆ จะหายไป สำหรับจุดที่เราเพิ่งจะเพิ่มเข้าไปจะไม่ปรากฎในแผนที่ทันทีนะครับต้องรอประมาณ ครึ่ง – หนึ่ง ชม.



ถ้าเกิดเราอยากจะแก้ไขจุดที่เราเคย Save ไปแล้วก็สามารถทำได้เช่นกันโดยเลือกที่หมุดนั้นแล้วกด ลูกศรสีฟ้าก็จะขึ้นข้อมูลเก่าขึ้นมาเหมือนรูปด้านล่าง



ถ้าต้องการแก้ไขก็เลือกปุ่ม Edit ตรงมุมขวาบน Edit เสร็จก็ Save



บางครั้ง Map ไม่ยอม update ก็ให้แก้ไขด้วยการเข้าไป clear cache ตามรูปด้านล่าง




เขียนแบบรวดเร็วมากพอเป็นแนวทางนะครับศึกษาเพิ่มเติมกันได้แล้วเจอกันใน Group นะครับ

แบ่งปันให้เพื่อน

 

WellcoM A88 3D Benchmark

เมื่อคืนน้อง @Pathompol ทักมาว่า

[22:32:51] Pathompol says:
ตัวนี้มันรัน Neocore ได้ FPS เท่าไหร่ครับ

ผมเองก็ไม่เคยได้ทดสอบของพวกนี้มาก่อนก็เลยทดสอบดูสักหน่อย ผลที่ได้ค่าค่อนข้างดีทีเดียว ส่วนค่ายอื่นค่าเป็นอย่างไรก็เล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

WellcoM A88 with Neocore

Watch this video on YouTube or on Easy Youtube.

VDO NeoCore with A88

รูปที่จับไว้ทั้งหมด: http://gallery.mrchoke.com/v/users/MrChoke/wellcom_a88/3d

3d

3d

3d

3d

3d

แบ่งปันให้เพื่อน

 

ROOT WellcoM A88

Review WellcoM A88

Watch this video on YouTube or on Easy Youtube.

หลังจากที่ได้ตัดสินใจซื้อเจ้า WellcoM A88 มาใช้แบบรวดเร็วมาก เมื่อเห็นราคาที่ล่อตาล่อใจมาก หลังจากนั้นก็พยายามที่ทำการ root มันอยู่พักใหญ่ด้วยความอ่อนด้อยก็ไม่สามารถกระทำการได้สำเร็จ จนวันนี้ทางเว็บ http://www.droidsans.com ได้ประกาศว่าสามารถที่จะทำการ root เจ้า A88 ได้สำเร็จเมื่อกลับจากขอนแก่นเข้าห้องพักได้ก็ทำการ root ทันทีก็พบว่าสามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ก็สามารถทำได้ทั้งบน Windows Mac และ Linux ผมจะพยายามเรียบเรียงตามฉบับของผมแต่ทั้งนี้ผมขอยกเครดิสให้กับ ทาง droidsans (http://www.droidsans.com) และ น้อง @Nattster (http://nattster.siamdev.net) สำหรับขั้นตอนการทำที่ได้นำมาประยุกต์ใช้ได้ในทันทีโดยไม่ต้องหาอะไรมาประกอบมากมายนัก เริ่มต้นกันเลยครับ

ตั้งค่า USB เป็น Debug Mode

การทำงานที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะต้องใช้ USB ใน Mode Debug ทั้งหมดวิธีตั้งค่าทำได้ดังนี้

- เลือกไอคอนการตั้งค่า

usb

- เลือกแอปพลิเคชัน

usb

- เลือกการพัฒนา

usb

- เลือกการดีบั๊ก USB

usb


เตรียมตัว

ก่อนอื่นท่านต้องมีชุดพัฒนาของ Android (SDK) ก่อนซึ่งสามารถ Download ได้จาก http://developer.android.com/sdk/index.html เลือกให้ตรงกับ OS ของท่านนะครับเมื่อ Download มาแล้วก็ให้ทำตามคำแนะนำจากเว็บได้เลยอ่านจากหน้านี้นะครับ http://developer.android.com/sdk/installing.html ถ้าใครอ่านแล้วยัง งงๆ ผมสรุปคร่าวๆ ดังนี้ครับ

Windows
เมื่อได้มาแล้วก็ให้แตกออกมาเก็บไว้ที่หาง่ายๆ ตั้ง Path ง่ายๆ ก็ดี เช่น

C:\android_sdk

หลังจากนั้นก็ให้ประกาศ PATH ให้กับระบบโดยขั้นตอนดังนี้
- คลิ้กขวา My Computer
- เลือก Properties
- มองหา Tab Advanced
- คลิ้กปุ่ม Environment Variables
- ทำการแก้ไขตัวแปร Path โดยการเพิ่ม Path ที่เก็บของท่านลงไปโดยคั่นด้วย ; (Semicolon) ให้ต่อท้าย Path ด้วย \tools ด้วยนะครับ เช่น

%SystemRoot%\system32;%SystemRoot%;%SystemRoot%\System32\Wbem;C:\Program Files\Common Files\Ulead Systems\MPEG;C:\Program Files\Common Files\GTK\2.0\bin;C:\Program Files\QuickTime\QTSystem\;C:\android_sdk\tools

- ทำการ reboot หลังจากนั้นท่านก็สามารถเรียกเครื่องมือของ SDK จากที่ไหนก็ได้

ทำให้ adb ของ SDK ที่ติดตั้งเห็น A88

จริงๆ แล้วบน Windows นั้นทาง WellcoM ได้จัดเตรียม adb มาให้แล้วซึ่งจะอยู่ในแผ่น CD-ROM จำลองที่อยู่ในตัวเครื่องโทรศัพท์นั้นเอง ซึ่งใน CD-ROM จำลองประกอบไปด้วย Drivers ที่จำเป็นของตัวเครื่องทั้งหมด และ ตัวโปรแกรมสำหรับการจัดการ เช่นตัวหมุนโมเด็ม ตัว sync ข้อมูลเป็นต้น และที่กล่าวไปแล้วคือตัว adb ที่มองเห็น A88 แต่ท่านสามารถใช้ adb ของ SDK ได้เช่นกันโดยการเพิ่มตัว vendor id ให้มันรู้จักซึ่งทำได้กับทุก OS บน Windows ทำได้โดย

สร้างแฟ้มชื่อว่า adb_usb.ini (อาจจะใช้ notepad ก็ได้) โดยใส่

0×0489

ลงไป ระวังนิดหนึ่งมันเป็นเลขศูนย์นะครับไม่ใช่ตัวโอ เมื่อพิมพ์เสร็จก็ให้บันทึกไว้ใน .android ซึ่งจะอยู่ใน home directory ของท่านนั้นเอง

ถ้าเป็น XP ก็จะอยู่ใน C:\Documents and Settings\UserName\.android

เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทำการเสียบสายเชื่อมต่อระหว่างโทรศัพท์กับ Windows อย่าลืมว่าโทรศัพท์ต้องอยู่ใน Mode USB Debug ทดสอบโดยการพิมพ์

adb devices

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดท่านก็จะเห็นอุปกรณ์ของท่าน

win

Mac

เมื่อได้มาแล้วก็ให้แตกออกมาเก็บไว้ที่หาง่ายๆ ตั้ง Path ง่ายๆ เช่นเดียวกับบน Windows เช่นของผมก็เก็บไว้ที่

/Users/mrchoke/sdk

หลังจากนั้นก็กำหนด Path ให้ระบบโดยการแก้ไขแฟ้ม

~/.bash_profile

โดยการเพิ่มค่าให้ตัวแปร PATH

export PATH=${PATH}:/Users/mrchoke/sdk/tools

บันทึกทำการ reboot หรือ เรียกจะประกาศตัวแปร PATH ชั่วคราวก็ได้โดยการ export ตัวแปรให้กับ shell ที่ทำงานอยู่เลยก็ได้ถ้าขี้เกียจ reboot

ทำให้ adb ของ SDK ที่ติดตั้งเห็น A88

อย่างที่กล่าวไว้ว่าวิธีทำนั้นเหมือนกันทุก OS บน MAC ก็เช่นกันให้ท่านสร้างแฟ้ม ชื่อว่า adb_usb.ini ใส่บรรทัด

0×0489

แล้วบันทึกไว้ใน

/Users/UserName/.android

เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทำการเสียบสายเชื่อมต่อระหว่างโทรศัพท์กับ Windows อย่าลืมว่าโทรศัพท์ต้องอยู่ใน Mode USB Debug ทดสอบโดยการพิมพ์

adb devices

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดท่านก็จะเห็นอุปกรณ์ของท่าน

$ adb devices
List of devices attached
FA1MAUS0001486 device

Linux

สำหรับบนลินุกซ์ก็จะคล้ายๆ กับ MAC แต่มีขั้นตอนเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยดังนี้

หลังจาก Download มาแล้วก็ให้แตกแฟ้มออกมาเก็บไว้ใน Path ที่จำง่ายๆ เช่นกัน เช่น

/home/mrchoke/android_sdk

เมื่อแตกเรียบร้อยแล้วก็กำหนด PATH ให้กับระบบเช่นกันซึ่งสามารถกำหนดในแฟ้ม ~/.bash_profile หรือ ~/.bashrc โดยเพิ่มบรรทัดต่อไปนี้ลงไป

export PATH=${PATH}:/home/mrchoke/sdk/tools

บันทึกทำการ reboot หรือ เรียกจะประกาศตัวแปร PATH ชั่วคราวก็ได้โดยการ export ตัวแปรให้กับ shell ที่ทำงานอยู่เลยก็ได้ถ้าขี้เกียจ reboot หรืออาจจะเปิด shell ใหม่ขึ้นมาก็ได้ถ้าประกาศไว้ใน ~/.bashrc

ทำให้ adb ของ SDK ที่ติดตั้งเห็น A88

อย่างที่กล่าวไว้ว่าวิธีทำนั้นเหมือนกันทุก OS บน Linux ก็เช่นกันให้ท่านสร้างแฟ้ม ชื่อว่า adb_usb.ini ใส่บรรทัด

0×0489

แล้วบันทึกไว้ใน

/home/UserName/.android

กำหนดค่าให้กับ udev สำหรับการสร้าง device ใหม่เมื่อมีการเสียบโทรศัพท์เข้ากับคอมพิวเตอร์

สร้างไฟล์ /etc/udev/rules.d/51-android.rules ตัวเลขข้างหน้าอาจจะไม่จำเป็นต้อง 51 เสมอไปครับ ใส่บรรทัดต่อไปนี้ลงไป

SUBSYSTEM==”usb”, SYSFS{idVendor}==”0489″, MODE=”0666″, SYMLINK+=”android_adb”

สำหรับท่านที่ใช้ระบบใหม่ๆ อาจเปลี่ยน SYSFS{idVendor} เป็น ATTRS{idVendor} ส่วน SYMLINK+=”android_adb” อาจจะมีหรือไม่ก็ได้ ถ้าใส่ไว้ก็ดีไว้ตรวจสอบว่ามีการสร้าง Device จริงหรือไม่

เสร็จแล้วก็ให้ทำการ restart udev

Linux แต่ละค่ายอาจจะไม่เหมือนกันลองเลือกอันที่ใช้ได้ต้องเป็น root ก่อนนะครับ

$ su –

หรือ

$ sudo su -

หรือถ้าท่านมีการกำหนดให้เรียกใช้ sudo ได้ ก็ใช้ sudo นำหน้าคำสั่งก็ได้แล้วแต่ถนัดนะครับ

# restart udev

หรือ

# service udev restart

หรือ

# /etc/init.d/udev restart

เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ทำการเสียบสายเชื่อมต่อระหว่างโทรศัพท์กับ Linux อย่าลืมว่าโทรศัพท์ต้องอยู่ใน Mode USB Debug ทดสอบโดยการพิมพ์

adb devices

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดท่านก็จะเห็นอุปกรณ์ของท่าน

$ adb devices
List of devices attached
FA1MAUS0001486 device

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่การติดตั้ง SDK และทำให้ SDK มองเห็น A88 เท่านั้นยังไม่ใช่ขั้นตอนการ root นะครับสำหรับคำสั่ง adb บางครั้งท่านสั่งไปแล้วไม่ได้ผล หรือ มีการค้างอยู่อาจจะทำการ clear คำสั่งโดยใช้คำสั่ง

adb kill-server

ซึ่งเป็นการเริ่มทำงานของ adb ใหม่นั้นเอง

หมายเหตุ: เ
นื้อหาข้างต้นขอยก Credit ให้กับน้อง @Nattster (http://nattster.siamdev.net)

มาดูวิธีการ root กันบ้าง

ขั้นตอนจะเหมือนกันทั้ง 3 OS นะครับจะมีแค่บน Windows เท่านั้นที่ต้องลง Drivers ก่อนซึ่งผมแนะนำว่าให้ Copy Drivers จากตัวเครื่องโทรศัพท์มาเก็บไว้ใน Windows ก่อนซึ่ง Windows จะเห็น CD-ROM เพิ่มมาอีกหนึ่ง Drive ก็ Copy Folder RUT มาเก็บไว้ เมื่อทำเสียบโทรศัพท์เข้ามาใน Mode FTM ซึ่งมันจะถามหา Drivers ในครั้งแรกก็ให้ติดตั้งตามที่ได้ Copy มาเก็บไว้

rut

rut

rut

ส่วนคำสั่ง su และ Package Superuser.apk สามารถ Download ได้จากของ droidsans เอง หรือ ที่ผมเก็บไว้ก็ได้คือ

droidsans : http://www.multiupload.com/B1Y69H16DZ
ของผม: http://share.mrchoke.org/a88/a88_su.zip

ถ้าของ droidsans จะมีครบทั้งหมดคือพวก drivers มาด้วย จริงๆ ก็ไม่จำเป็นอย่างที่ผมกล่าวไว้คือ A88 มันมีมาให้หมดแล้ว
ส่วนของผมก็แยกเอาเฉพาะส่วนของ su และ Superuser.apk มาเท่านั้น และมี script ติดตั้งมาให้ด้วย

การเตรียมเครื่องสำหรับเข้าสู่ Mode FTM

- ถอดสาย USB ออกจากเครื่อง (จริงๆ ไม่ต้องถอดก็ได้)
- ปิดเครื่อง
- เมื่อเครื่องปิดสนิทแล้วให้กดปุ่มปรับเสียง ขึ้น และ ลง พร้อมกันแช่ไว้ แล้วกดปุ่มเปิดเครื่องด้านบน
- ปล่อยปุ่มเปิดเครื่องแต่ยังกดปุ่มปรับเสียงทั้งสองค้างไว้จนเข้าสู่ Mode FTM

RTM

- ปล่อยปุ่มทั้งหมด เสียบสาย USB
- ถ้าเป็น Windows ก็จะต้องติดตั้ง Drivers ก่อน
- ตรงนี้สามารถตรวจสอบก่อนก็ได้ว่าเครื่องเราเห็นโทรศัพท์หรือไม่โดยใช้คำสั่ง

$ adb devices
List of devices attached
1234567890ABCDEF device

สังเกตุหมายเลขอุปกรณ์จะเปลี่ยนไปจากเดิม

- แตก a88_su.zip จะได้ directory su_component ซึ่งจะประกอบด้วย

Superuser.apk
install.bat
install.sh
su

- เข้าไปยัง su_component
- ถ้าเป็น windows ให้เรียกใช้ install.bat
- ถ้าเป็น Mac หรือ Linux ให้เรียกใช้ install.sh ดังนี้

$ sh install.sh

ถ้าไม่แน่ใจต้องการพิมพ์คำสั่งเองทีละบรรทัดก็สามารถทำได้เช่นกันซึ่งจะเหมือนกันทั้ง 3 OS แต่ท่านต้องอยู่ใน su_component ก่อน เพราะจะง่ายในการอ้างอิง path ของ su และ Superuser.apk คำสั่งก็มีดังนี้

adb shell mount -t yaffs2 /dev/block/mtdblock7 /system
adb push su /system/bin
adb shell chmod 4755 /system/bin/su
adb install Superuser.apk
adb shell reboot

หลังจากนั้นก็รอให้เครื่อง reboot จนเสร็จ

- เรียกใช้โปรแกรม Superuser Permission…ทางฝั่ง A88

su


su

- ทางฝั่งคอมพิวเตอร์ให้ดำเนินการดังนี้

adb shell
$ su -

เมื่อพิมพ์คำสั่ง su – ทางฝั่ง A88 ก็จะมีการแจ้งเตือนว่ามีการใช้งานในสิทธิ์ของ root จะดำเนินการอย่างไรก็ให้อนุญาต ไปเท่านี้ท่านก็ได้ root shell เรียบร้อยให้สังเกตุ prompt ซึ่งจะเปลี่ยนจาก $ ไปเป็น #

su

ให้ระลึกอยู่เสมอว่าเมื่อเป็น root แล้วก่อนจะทำอะไรลงไปต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง

หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นขอยกความดีให้กับ @bluemoko แห่ง DroidSans.com

ทั้งหมดทั้งสิ้นถ้าท่านไม่แน่ใจว่ากำลังทำอะไรอยู่ หรือ ทำไปเพื่ออะไรผมไม่แนะนำให้ทำ และ หากทำแล้วเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาผมคงไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้เครื่องของท่านอาจหมดประกันไปโดยปริยาย แต่ถ้าข้อมูลเหล่านี้ทำให้ท่านได้รับประโยชน์ก็ขอยกความดีให้กับต้นฉบับทั้งสองที่ได้กล่าวมาแล้ว

แบ่งปันให้เพื่อน

 
1 Comment

Posted by on 20/03/2010 in 3D, A88, atom, Benchmark, Domain, leopard, Linux, root, socail network

 

ลากวางแฟ้มบน aMSN

ใครที่ใช้ aMSN อยู่รวมถึงผมด้วย ก็จะรำคาญกับการส่งไฟล์ให้เพื่อนใช่ไหมครับ เพราะมันลากมาวางในหน้าต่างส่งไม่ได้ทั้งๆ ที่ตัวมันเองรองรับความสามารถนี้อยู่แล้ว ตะกี้ผมไปพบวิธีทำใน Internet มาเลยบันทึกไว้กันลืมและหลายคนจะได้นำไปใช้กันด้วย


ก่อนอื่นต้องติดตั้ง cvs ก่อน

$ sudo apt-get install cvs

เมื่อได้แล้วก็ทำการ check out files มาจาก server

$ mkdir tmp

$ cd tmp

$ cvs -z3 -d:pserver:anonymous@tkdnd.cvs.sourceforge.net:/cvsroot/tkdnd login (Enter ผ่านได้เลย)

$ cvs -z3 -d:pserver:anonymous@tkdnd.cvs.sourceforge.net:/cvsroot/tkdnd co -P tkdnd/lib

$ sudo mkdir /usr/lib/amsn/utils/tkdnd

$ sudo cp tkdnd/lib/*.tcl /usr/lib/amsn/utils/tkdnd

$ sudo cp tkdnd/lib/Linux/*.so /usr/lib/amsn/utils/tkdnd


แล้วทำการ restart sMSN ใหม่ ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

ถ้าใครขี้เกียจติดตั้ง cvs ผมได้ tar ตัว tkdnd ไว้ให้แล้วสามารถ download ได้ที่ http://share.mrchoke.org/blog/amsn_tkdnd/amsn_tkdnd.tar.gz

เมื่อได้มาก็ให้แตกที่ root (/) เลยครับ

$ sudo tar vxfz amsn_tkdnd.tar.gz -C /

amsn

รูปที่ 1 ลากแฟ้มจาก Nautilus หรือ บน Desktop ก็ได้

amsn

รูปที่ 2 วางลงในช่องพิมพ์ข้อความแฟ้มก็จะถูกส่งไปทันที

ขอให้มีความสุขกับ aMSN ครับ

แบ่งปันให้เพื่อน

 
Leave a comment

Posted by on 28/01/2010 in atom, Domain, Linux, Ubuntu, WellcoM

 
Page 1 of 1412345...10...Last »
 
Social links powered by Ecreative Internet Marketing