ศึกษากันท่าไร?
โลกยุคนี้ มีศึกษา
กันท่าไหน
ยุวชน รุ่นใหม่ ได้คลุ้มคลั่ง
บ้างติดยา เสพติด เป็นติดตัง
บ้างก็ฝัง หัวสุม ลุ่มหลงกาม
บ้างดูหมิ่น พ่อแม่ ไม่มีคุณ
บ้างก็เห็น เรื่องบุญ เป็นเรื่องพล่าม
บ้างลุ่มหลง love free เป็นดีงาม
บ้างประณาม ศาสนา ว่าบ้าบอ
บ้างไปเป็น ฮิปปี้ มีหลายชนิด
บ้างทวงอิส- ระพ้น จนเหลือขอ
บ้างที่มี ดีกรีมาก โฮกฮากพอ
โลกเราหนอ ให้ศึกษา กันท่าไร ฯ
สะดุดกับบทกลอนบทนี้ของท่านพุทธทาส ตรงประโยคที่ว่า "บ้างทวงอิสระพ้นจนเหลือขอ" มองแล้วมันไม่ล้าสมัยเลยทั้งๆ ที่ท่านแต่งไว้นานพอดู ก็ไม่มีอะไรมาเอามาแปะไว้เผื่อใครจะสนใจอ่านแล้วคิดตามบ้าง....
คิดเองไปเล่นๆ ว่าสังคมมนุษย์นี้เสื่อมลงเพราะคำว่าอิสระนี่แหละ ฮ่าๆ ไม่ซีเรียสแค่แว๊บเข้ามาในความคิดเฉยๆ....
Comments
ถ้าพูดคนถ้าไม่เคารพสิทธิกัน
ถ้าพูดคนถ้าไม่เคารพสิทธิกัน คำว่าอิสระมันก็ทำให้เสื่อมลงได้ จริงๆ แล้วจะว่าไป ต้องการอิสระก็คือ ความอยากนั่นแหละ แต่ในเมื่อต่างต้องอาศัยอยู่ในสังคม scope ของคำว่าอิสระ ก็คงต้องอยู่กับการเคารพในสิทธิ กันล่ะมั้ง ?
อีกแง่นึง วิทยุชุมชน นี่เป็นอะไรที่เป้นตัวอย่างของคำว่า อิสระ อีกอย่างหนึ่ง คลืื่นๆ หนึ่ง ที่เราอยากจะฟังกลับโดนยัดเยียดให้ต้องไปฟัง คลื่นลุกทุ่ง เซิ้งอีสาน แถมไม่พอ ขยับไปอีกฟุต ไปได้อีกคลื่นนึง เรียกว่าถ้าจะฟัง คลื่นที่เราต้องการ ต้องอยู่เป็นที่มีพิกัดของมันอยู่ อนาถจริง..
จริงครับอิสระเกิน
จริงครับอิสระเกิน แต่ก่อนหงุดหงิดว่าป้ายรถเมล์ก็มีรถจอดขวางกันอย่างอิสระ ... แต่ว่าตั้งแต่อิสระขนาด สนามบินก็เข้าไปนอนเล่นได้ (ถ้าพวกมากพอ?) ก็รู้สึกว่าป้ายรถเมล์อะไรนี้เรื่องเล็กแล้ว ...
... อืม
... อืม นี่คงเป็นวิถึประชาธิปไตยกระมัง .. ชักสับสนกับคำว่า ประชาธิปไตย ?
อิสระ
อิสระ ได้แต่ควรอยู่ในขอบเขตของความพอดี ^ ^